ไขยุทธศาสตร์คมนาคม พัฒนา 4 ระดับ “เชื่อมเมืองสู่โลก” สร้างรากฐานการขนส่งเดินทาง

คุณภาพชีวิตที่ดี เริ่มต้นจาก “การเดินทางที่สะดวก ปลอดภัย และทั่วถึง” เพราะการเดินทางไม่ใช่เพียงการเคลื่อนย้ายผู้คนหรือสินค้าจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง แต่คือโครงสร้างพื้นฐานที่หล่อเลี้ยงเศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิตของประชาชน
ระบบคมนาคมที่ดีช่วยให้ประชาชนเข้าถึงโอกาสทางการศึกษา การทำงาน และการบริการสาธารณะได้ง่ายขึ้น สร้างความเท่าเทียม และยังเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโตอย่างมั่นคง

กระทรวงคมนาคมเดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งครบทุกมิติ ทั้งระบบราง ถนน ทางน้ำ และทางอากาศ เพื่อครอบคลุมทุกระดับการเดินทาง ตั้งแต่ในเมืองใหญ่ที่ผู้คนหนาแน่น การเชื่อมโยงเมืองในแต่ละภูมิภาคทั่วประเทศ ไปจนถึงการเชื่อมต่อภูมิภาค พรมแดน และการเดินทางระดับโลก เป้าหมายไม่ใช่เพียงการสร้างเส้นทางใหม่ แต่คือการวางรากฐานการขนส่งเดินทางที่มั่นคง ยั่งยืน และเป็นประโยชน์ต่อประชาชนอย่างแท้จริง

ยุทธศาสตร์หลักของการพัฒนาอยู่บน 3 แกนสำคัญ
1. การขนส่งที่มีประสิทธิภาพ (Efficient Transport) ยกระดับโครงข่ายคมนาคมขนส่งสู่ประสิทธิภาพและความทันสมัย สร้างโครงข่ายคมนาคมที่เชื่อมโยงทั้งภายในและระหว่างประเทศ ลดต้นทุนการเดินทางและการขนส่ง
2. การขนส่งที่ปลอดภัยและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green & Safe Transport) ส่งเสริมระบบขนส่งสาธารณะ เพื่อลดต้นทุนและมลพิษอย่างยั่งยืน จะนำไปสู่การลดอุบัติเหตุและมลพิษจากการเดินทาง รวมถึงส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด
3. การเข้าถึงระบบขนส่งอย่างเสมอภาคและเท่าเทียม (Inclusive Transport) พัฒนาการขนส่งที่ปลอดภัย เป็นมิตรต่อผู้คนและสิ่งแวดล้อม

ทั้ง 3 แกนนี้จะสนับสนุนผ่านกลไก Innovation & Management ซึ่งเป็นนวัตกรรมและการบริหารจัดการ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในเชิงนโยบายและการปฏิบัติ ที่จะขยายการพัฒนาระบบคมนาคมให้เชื่อมโยงการเดินทางตั้งแต่เมืองสู่ระดับโลก สนับสนุนการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน ทั้งในมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม
การพัฒนา 4 ระดับจะเกิดขึ้นที่ไหนบ้าง

1. ในเมือง มุ่งเน้นการยกระดับระบบรางในกรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยมีโครงการรถไฟฟ้าถึง 14 เส้นทาง เสริมด้วยระบบ Feeder เพื่อเชื่อมต่อการเดินทางระหว่างกรุงเทพฯ และปริมณฑล พร้อมทั้งขยายระบบขนส่งในเมืองภูมิภาค เช่น เชียงใหม่ หาดใหญ่ ขอนแก่น และพิษณุโลก เพื่อให้การเดินทางในชีวิตประจำวันของประชาชนสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น

2. ระหว่างเมือง เน้นการสร้างเครือข่ายที่เชื่อมโยงเมืองสำคัญทั่วประเทศ ผ่านโครงการรถไฟทางคู่ที่ครอบคลุมเส้นทาง 3,224 กิโลเมตร การพัฒนาท่าเรืออัจฉริยะ ศูนย์กระจายสินค้า (Logistics Hub) ที่ทันสมัย และการขยายมอเตอร์เวย์อีก 9 สายทาง เพื่อเพิ่มทางเลือกการเดินทางและเสริมประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์

3. เชื่อมภูมิภาค-ข้ามพรมแดน รถไฟความเร็วสูงไทย-จีน และโครงการ MR-MAP เปิดประตูสู่การค้า-ท่องเที่ยวในระดับอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง (GMS) ด้วยการยกระดับประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางการค้าและการท่องเที่ยวของภูมิภาค ผ่านโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน และการพัฒนาระบบรางและถนนร่วมกัน (MR-MAP) ซึ่งจะเปิดประตูการเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้านในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง (GMS) ทั้งด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว

4. ระดับโลก มุ่งสร้างโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ที่เชื่อมต่อกับเศรษฐกิจโลก ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 โครงการ Landbridge เชื่อมฝั่งอ่าวไทยที่ชุมพรกับฝั่งอันดามันที่ระนอง การขยายท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสารและนักท่องเที่ยว รวมถึงการพัฒนาท่าอากาศยานแห่งใหม่ เช่น ท่าอากาศยานล้านนาในภาคเหนือ และท่าอากาศยานอันดามันในภาคใต้ เพื่อรองรับผู้โดยสาร นักท่องเที่ยว และการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศที่เติบโตอย่างต่อเนื่องทั้งหมดนี้คือโครงสร้างพื้นฐานที่สร้างอนาคต ยกระดับเศรษฐกิจ และทำให้การเดินทางของประชาชนทุกคนสะดวก ปลอดภัย และยั่งยืน
.
กระทรวงคมนาคมมุ่งมั่นเดินหน้าวางรากฐานนี้เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้นของประชาชนทุกคนเพราะ “คมนาคมไทย” คือพลังสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ประชาชนทุกคน