ย่างเข้าสู่ปีที่ 15 บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด หรือ รฟฟท. ซึ่งเริ่มต้นจากการให้บริการซ่อมบำรุงและเดินรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิ้งค์จนได้เข้ามารับผิดชอบบริหารจัดการเดินรถไฟฟ้าสายสีแดง ส่งผลให้ผลงานความสำเร็จในหลายด้านได้รับการยอมรับทั้งในแวดวงระบบรางจากหน่วยงานทั้งในและต่างประเทศนำมาซึ่งความภาคภูมิใจให้กับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย โดยเฉพาะน้องๆคนขับรถไฟฟ้า เจ้าหน้าที่ประจำสถานีตลอดจนเบื้องหน้าเบื้องหลังทุกฝ่ายทุกคนที่เห็นทิศทางและแนวโน้มการเติบโตของรฟฟท.มาตลอด 14 ปีที่ผ่านมา
นายสุเทพ พันธุ์เพ็ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด (รฟฟท.) ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง ให้สัมภาษณ์พิเศษกับ www.Thaimotnews.com ในหลายประเด็นที่น่าสนใจว่า ตลอดระยะเวลา 14 ปีที่ผ่านมา รฟฟท. ได้มุ่งมั่นพัฒนาให้บริการเพื่อเป็นผู้นำในการเดินรถไฟฟ้าด้วยมาตรฐานระดับสากล ตามวิสัยทัศน์ของรฟฟท. นับตั้งแต่การให้บริการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ มาจนถึงการให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง ซึ่งมีการพัฒนาให้บริการอย่างต่อเนื่องเพื่ออำนวยความสะดวก และสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ประชาชนผู้ใช้บริการ
รฟฟท.เด้งรับขยายมาตรการ 20 บาทตลอดสาย
โดยภารกิจหลักของสายสีแดงยังเดินหน้าให้บริการประชาชน ตัวเลขปริมาณผู้โดยสารเคยสูงสุดถึงกว่า 6 หมื่นเที่ยวคนมาแล้ว แต่ยังมั่นใจว่าเป็นนโยบายของรัฐที่ลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนจึงต้องรอความชัดเจนของรัฐบาลว่าจะกำหนดราคาค่าโดยสารไว้อย่างไร
ล่าสุดคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบให้ขยายมาตรการ 20 บาทตลอดสายออกไปถึง 30 พฤศจิกายน 2568 โดยมีมติอนุมัติขยายมาตรการรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ทั้งสายสีแดงและสายสีม่วง ที่เดิมสิ้นสุดในวันที่ 30 กันยายน 2568 ออกไปอีก 2 เดือน คือ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม – 30 พฤศจิกายน 2568 เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางของประชาชน และให้มาตรการต่อเนื่องไม่สะดุด พร้อมกันนี้ ครม. ยังมีมติให้ตั้งคณะกรรมการร่วม ที่จะมีหน่วยงานจากกระทรวงการคลังเข้าร่วม เพื่อประเมินผลโครงการและพิจารณาทิศทางการดำเนินการเสนอครม.พิจารณาดำเนินการในระยะต่อไป
ทั้งนี้รถไฟชานเมืองสายสีแดงจัดว่าเป็นหน่วยงานแรกๆที่จะสามารถดำเนินการตามนโยบายรัฐบาลได้ทันที เน้นบริการประชาชนและสามารถปรับตัวได้เร็ว ดังนั้นจึงใส่ใจต่อความสะดวกสบายและเพิ่มยอดความคุ้มค่าให้ประชาชนได้ชัดเจนทันที โดยระหว่างนี้รฟฟท.ยังได้จัดทำระบบตั๋วเที่ยวให้บริการผู้มาใช้บริการ 30 เที่ยวราคา 750 บาท คิดเป็นต่อเที่ยวประมาณ 25 บาท ดังนั้นการเดินทางสุดสายราว 40 กม.จากรังสิตถึงตลิ่งชันจึงถือว่าคุ้มค่า ผู้โดยสารหลักที่อยู่โซนชานเมืองจึงได้รับประโยชน์มากกว่า ตั๋วเที่ยวสามารถตอบโจทย์การเดินทางได้อย่างดี
หากดูจากตัวเลขปริมาณผู้โดยสารจะพบว่าค่อยๆเติบโตอย่างต่อเนื่องทั้ง 2 เส้นทาง โดยเฉพาะอัตราค่าโดยสาร 20 บาทตลอดสายจะมีแนวโน้มเติบโตราว 25% ปี 2569 ตั้งไว้ราว 15% (ในภาวะราคาปกติ) ดังนั้นหากรัฐสามารถจัดทำระบบตั๋วร่วมกับการเดินทางระบบอื่นๆเข้ามาด้วยตัวเลขน่าจะพุ่งสูงถึง 20% ซึ่งโดยเฉลี่ยจะเติบโตราว 9-10% ทุกปีเพราะรถไฟฟ้าจะให้ความสะดวก ปลอดภัย ช่วยลดค่าฝุ่น PM2.5 ได้อีกทางหนึ่งด้วย
“วันปฏิบัติงานจันทร์-ศุกร์ตัวเลขจะมีปริมาณสูงโดยตลอด ในวันหยุดจะลดลงไปบ้าง ขณะนี้เป็นช่วงปิดเทอมตัวเลขผู้โดยสารจึงลดลง ค่าเฉลี่ยวันศุกร์ราว 4.5 หมื่นเที่ยวคน วันเสาร์-อาทิตย์จะมีจำนวนราว 3-3.5 หมื่นเที่ยวคน สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ สถานีดอนเมือง สถานีรังสิตยังมีปริมาณผู้โดยสารมากกว่าสถานีอื่นๆ สถานีหลักสี่ยังมาแรงเพราะเชื่อมกับสายสีชมพู“
เจรจากูเกิ้ลแนะนำเส้นทางใช้งานได้ปี 69
นายสุเทพเผยอีกว่าขณะนี้อยู่ระหว่างเจรจาแอพกูเกิ้ลที่จะแนะนำการเดินทางสามารถเข้าดูในมือถือได้ทันทีว่าจะเดินทางไปทิศทางไหนเมื่อมาจากสนามบินดอนเมืองเพื่อเข้าใช้บริการรถไฟฟ้าสายสีแดงเข้ามายังใจกลางเมืองกรุงเทพมหานคร คาดว่าจะเริ่มให้บริการในปี 2569 นี้ น่าจะช่วยกระตุ้นให้ประชาชน และนักท่องเที่ยวมาใช้บริการสายสีแดงได้มากขึ้น
ส่วนสถานีหลักสี่เราเห็นชัดแล้วว่าการเชื่อมกับรถไฟฟ้าสายสีชมพูก็ได้ประสานกับศูนย์ราชการจัดรถชัตเติ้ลบัสวิ่งให้บริการมายังสถานีหลักสี่หรือจอดที่โรงพยาบาลจุฬาภรณ์แล้วใช้สกายวอล์คเชื่อมเข้าถึงสถานีหลักสี่ได้สะดวกขึ้น
เริ่มฟีดเดอร์เชื่อมบริการจุดต่างๆ
เช่นเดียวกับสถานที่สำคัญๆอย่างห้างสรรพสินค้าตามแนวเส้นทางก็ได้เจรจากับห้างสรรพสินค้าฟิวเจอร์ปาร์ค รังสิต ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ หรือห้างสรรพสินค้าหลักสี่พลาซ่า สามารถอำนวยความสะดวกให้ลูกค้าเข้าถึงบริการรถไฟฟ้าสายสีแดงได้อย่างรวดเร็ว สะดวกสบายยิ่งขึ้น
”ยืนยันว่ารฟฟท.มีขบวนรถเพียงพอและสามารถเพิ่มความถี่ให้บริการโดยไม่ต้องรอนาน ตลอดจนความสะดวกในการซื้อบัตรโดยสารพร้อมกับการจัดประชาสัมพันธ์ มีบัตร EMV และคิวอาร์โค้ดเพิ่มความสะดวกที่หลากหลายช่องทาง เช่นเดียวกับแอพเป๋าตังก็เตรียมพร้อมรองรับไว้แล้วสำหรับนโยบายคนละครึ่งของรัฐบาล ดังนั้นรูปแบบการเร่งขับเคลื่อนด้านการตลาดจึงหมดห่วงสำหรับการใช้บริการรถไฟฟ้าสายสีแดง“
มุ่งผลิตบุคลากรสู่มืออาชีพรองรับการขยายตัวในอนาคต
นายสุเทพกล่าวอีกว่า รฟฟท. ปัจจุบันนี้มีพนักงานขับรถไฟฟ้าทั้งหมด 115 คน แบ่งเป็นขับรถบนเส้นทางเดินรถ 91 คน และซ่อมบำรุง 24 คน มีพนักงานขับรถที่เป็นผู้หญิง 27 คน ทั้งนี้หากส่วนต่อขยายสายสีแดงดำเนินการแล้วเสร็จ เส้นทางสายเหนือและสายตะวันตกคาดว่าจะต้องเพิ่มพนักงานอีกประมาณ 400 อัตรา (สถานี 260 + คนขับ 60 คน + ซ่อมบำรุง 80 คน)
โดยช่วงที่ผ่านมารฟฟท.ได้ร่วมกับหน่วยงานต่างๆมุ่งผลิตบุคลากรด้านระบบรางมาอย่างต่อเนื่อง การซ่อมบำรุงยังมีความจำเป็นสูงมาก โดยร่วมกับสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังจัดโครงการมาเป็นปีที่ 2 เน้นด้านเทคนิคติดระบบเซ็นเซอร์ตามจุดต่างๆ ระบบรถไฟฟ้า ให้ใช้งานได้อย่างปลอดภัย ตลอดจนส่งบุคลากรไปฝึกอบรมที่ประเทศญี่ปุ่นเพื่อเรียนรู้เทคโนโลยีระบบรถไฟฟ้ามายกระดับศักยภาพบุคลากรของรฟฟท.อย่างต่อเนื่องจึงพบว่าไม่เคยมีเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยเกิดขึ้นกับรถไฟฟ้าสายสีแดง
ส่องโอกาสโกอินเตอร์คนขับรถมืออาชีพของรฟฟท.
นายสุเทพกล่าวถึงด้านการพัฒนาบุคลากรของรฟทท.ว่า การซ่อมบำรุงอย่างต่อเนื่องดำเนินการมาโดยตลอดเพราะได้มีการแลกเปลี่ยนกับญี่ปุ่นอย่างสม่ำเสมอผ่านการประสานงานจากสถานฑูตของทั้งสองประเทศจึงเป็นความร่วมมือที่ดีเสมอมา อีกทั้งยังมีการแชร์องค์ความรู้กับรถไฟฟ้าโฮจิมินทร์ของเวียดนาม โดยเดือนตุลาคมนี้เวียดนามจะมาร่วมฝึกอบรมด้านเทคโนโลยีที่รฟฟท. นับเป็นอีกหนึ่งการยกระดับขีดความสามารถของบุคลากรรฟฟท.ที่สามารถถ่ายทอดให้กับประเทศเพื่อนบ้านได้แล้ววันนี้
ทั้งนี้กล่าวได้วารฟฟท.มีความพร้อมที่จะเข้าไปบริหารจัดการเดินรถรถไฟฟ้าสายสีแดงส่วนต่อขยาย ตลอดจนรถไฟเชื่อม 3 สนามบิน หรือการเดินรถไฟไทย-จีน หากรัฐบาลให้โอกาส นับว่าเป็นองค์กรด้านระบบรางที่มีการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ครบวงจร ทั้งงานด้านการบริหาร งานเดินรถ และซ่อมบำรุง งานด้านความปลอดภีย ล่าสุดยังมีการร่วมมือกับประเทศเวียดนามเพื่อการฝึกอบรมด้านการเดินรถและการบริหารจัดการต่างๆ ซึ่งรถไฟฟ้าในเวียดนามที่ผ่านมาอยู่ภายใต้การดูแลของเจ้าของโครงการ ซึ่งมาจากประเทศญี่ปุ่น โดยทีมบริหารรถไฟฟ้าของเวียดนามจะเดินทางมาเมืองไทยในช่วงเดือนตุลาคม 2568 ส่วนกำหนดวัน-เวลาอย่างเป็นทางการนั้นยังไม่ได้กำหนดที่ชัดเจน โดยการมาครั้งนี้จะเป็นลักษณะมาหารือ และรับการฝึกอบรมฯ ส่วนรายละเอียดจะเป็นงานด้านปฏิบัติการที่เข้มข้นยิ่งขึ้น
“รฟฟท.ถือว่าการพัฒนาบุคลากรมีความสำคัญอย่างยิ่ง มีการจัดการองค์ความรู้ในองค์กร แอสเสทด้านบุคลากรจึงมีประโยชน์ต่อรฟฟท. ต่อรฟท. ต่อกระทรวงคมนาคม และต่อประเทศไทย คุณค่าที่ควรสนับสนุนส่งเสริมให้สามารถสร้างประโยชน์ด้านการพัฒนาระบบรางของประเทศได้อีกมากมายทั้งในวันนี้และในอนาคต” นายสุเทพ กล่าวในตอนท้าย








