“พิพัฒน์“ ตรวจแก้น้ำทะเลกัดเซาะถนนสายทล.43 จ.สงขลา

“พิพัฒน์” ลงพื้นที่ ทล.43 ตรวจแก้น้ำทะเลกัดเซาะ พร้อมเปิดตลาดนัดปากบาง 68 หนุนเศรษฐกิจฐานราก–ยกระดับคุณภาพชีวิตชาวสงขลา

วันที่ 19 พฤศจิกายน 2568 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา เพื่อตรวจราชการทางหลวงหมายเลข 43 ซึ่งเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์เชื่อม 3 จังหวัดชายแดนใต้ พร้อมติดตามการแก้ปัญหาน้ำทะเลกัดเซาะพื้นที่ริมทะเล และเป็นประธานเปิดตลาดนัดปากบาง 68 ที่ชุมชนร่วมกันพัฒนาขึ้นเพื่อเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจให้ประชาชนในพื้นที่

ร่วมตรวจราชการในครั้งนี้ ได้แก่ ดร.รัชพงศ์ ชูแก้ว เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายจิรวัตร์ มณีโชติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา นายจิระพงศ์ เทพพิทักษ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง พร้อมผู้บริหารกระทรวงคมนาคม และตัวแทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างพร้อมเพรียง

นายพิพัฒน์ เปิดเผยว่า ทางหลวงหมายเลข 43 เป็นเส้นทางหลักที่เชื่อมพื้นที่ชายฝั่งสงขลา–ปัตตานี–นราธิวาส และรองรับทั้งการเดินทาง การท่องเที่ยว การค้าชายแดน และการขนส่งสินค้าเกษตรในภาคใต้ การดูแลเสถียรภาพของถนนเส้นนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อชีวิตประชาชน

หนึ่งในปัญหาที่ต้องเร่งแก้ไข คือ น้ำทะเลกัดเซาะพื้นที่ริมถนนและชุมชน กระทรวงคมนาคมจึงเร่งดำเนินการเสริมโครงสร้างป้องกันตลิ่งและระบบระบายน้ำ เพื่อปกป้องพื้นดิน พื้นที่ประกอบอาชีพของประชาชน และโครงสร้างถนนที่เป็นเส้นเลือดหลักของจังหวัด เราต้องทำให้ถนนเส้นนี้ปลอดภัย แข็งแรง และใช้งานได้ต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่วงมรสุม และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสถานการณ์น้ำทะเลขึ้น–ลงเพื่อให้ประชาชน เดินทาง และการขนส่งสินค้าอย่างไม่สะดุด

ภารกิจในวันนี้ยังรวมถึงการเปิดตลาดนัดปากบาง 68 ซึ่งชุมชนร่วมกันจัดทำขึ้นเพื่อให้เป็นพื้นที่ค้าขายและสร้างรายได้แก่ชาวบ้านริมทางหลวง ตลาดแห่งนี้เชื่อมโยงโดยตรงกับการพัฒนาทางหลวงหมายเลข 43 ช่วยให้ผู้เดินทางสามารถแวะพักซื้อสินค้าชุมชน และกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นได้อย่างแท้จริง

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า เมื่อชุมชนมีตลาด มีรายได้ และมีโครงสร้างพื้นฐานที่เอื้อต่อการเข้าถึง พื้นที่ชายฝั่งก็จะมีชีวิต มีโอกาส และสามารถเติบโตเป็นเศรษฐกิจฐานรากที่เข้มแข็งได้ ตลาดนัดปากบาง 68 จะช่วยส่งเสริมการจำหน่ายสินค้าเกษตร อาหารทะเล สินค้าชุมชน และเป็นจุดรวมตัวของเศรษฐกิจชาวบ้านริมทะเล เสริมบทบาทของถนน ทล.43 ที่ไม่ใช่เพียงเส้นทางสัญจร แต่เป็นการส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากของคนสงขลาและสามจังหวัดชายแดนใต้