“กมธ.คลองไทย” ดึงทุนโลกหวังพลิกโฉมเศรษฐกิจไทย

คณะอนุกมธ.ศึกษาขุดคลองไทย สภาผู้แทนราษฎร เร่งสรุปข้อมูลก่อนชงบิ๊กตู่นำเสนอครม.ไฟเขียวปลายปีนี้เพื่อเดินหน้าโครงการ “ขุดคลองไทย” หลังมีทุนใหญ่ต่างประเทศกว่า 30 รายแสดงความสนใจร่วมลงทุน

พล.ต.ทรงกลด ทิพย์รัตน์ ประธานคณะอนุกรรมาธิการศึกษาขุดคลองไทย สภาผู้แทนราษฏร เปิดเผย ThaiMOT News ว่าเป็นผู้เสนอญัติคนแรกกรณีโครงการ “ขุดคลองไทย” ในพื้นที่ภาคใต้ ปัจจุบันทั้ง ส.ส.ฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลได้เสนอญัตติร่วมกันทั้งหมด 9 ญัตติล้วนเห็นชอบด้วยทั้งหมดจากผลการอภิปราย หมายความว่าส.ส. ทราบเรื่องนี้ทั้งหมด และต้องการให้โครงการเกิดขึ้นโดยเร็วเพื่อสร้างงานสร้างรายได้ให้ประเทศไทยได้อย่างยั่งยืน ช่วยฟื้นเศรษฐกิจของประเทศไทยคาดว่าปีละไม่ต่ำกว่า 4 ล้านล้านบาท

ปัจจุบันรัฐบาลเก็บภาษีประชาชนได้ราว 2.7 ล้านล้านบาทเท่านั้น แต่กลับเป็นหนี้สาธารณะอยู่เกือบ 9 ล้านล้านบาท อีกทั้งขณะนี้รัฐบาลตกอยู่ในภาวะไม่มีเงินเนื่องจากสถานการณ์ผลกระทบวิกฤติโควิด-19 ประชาชนไม่มีรายได้ ไม่มีงานทำจำนวนมากจำเป็นต้องให้ความช่วยเหลือเร่งด่วนด้วยการเร่งสร้างงาน สร้างรายได้

ประการสำคัญขณะนี้พบว่ารัฐบาลไม่มีช่องทางไหนจะเปลี่ยนแปลงประเทศได้ที่จะหารายได้เข้าประเทศนอกจาก “โครงการขุดคลองไทย” เท่านั้น พร้อมกันนี้ยังมีแผนพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ควบคู่กันไปด้วย จึงนับว่าเป็นโครงการอภิมหาโปรเจกต์ของไทยและของโลกที่สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างรวดเร็ว

ล่าสุดพบว่ามหาอำนาจทุกประเทศให้ความสนใจต่อการพัฒนาโครงการนี้ของไทย อาทิ สหรัฐอเมริกา อินเดีย จีน ออสเตรเลีย ฯลฯ ได้ติดต่อผ่านสถานฑูตเพื่อขอข้อมูลรายละเอียดนำไปศึกษาพร้อมกับติดตามสอบถามความคืบหน้าและแผนการพัฒนาที่ชัดเจนอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนั้นยังพบอีกว่ามีกว่า 30 บริษัทชั้นนำของโลกได้ให้ความสนใจที่จะลงทุนขุดคลองไทยและคาดว่าจะมีการลงนามบันทึกความเข้าใจต่อกันให้แล้วเสร็จภายในเดือนตุลาคมนี้พร้อมเร่งนำเสนอพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี นำเข้าพิจารณาในการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ให้ความเห็นชอบในการเริ่มต้นโครงการได้ภายในปลายปีนี้

“ขั้นตอนหลังจากนี้จะนำเสนอรัฐสภาอีกครั้งหากรัฐสภาเห็นชอบพร้อมเปิดให้มีการซักถามอภิปรายในรายละเอียดต่างๆก็จะสามารถเดินหน้าต่อไปได้ ทั้งนี้คณะกรรมาธิการวิสามัญชุดปัจจุบันถือได้ว่ามีการศึกษารายละเอียดอย่างครอบคลุมรอบด้านมากที่สุด ทุกมิติจริง ศึกษาจากงานวิจัยทั้งในและต่างประเทศ องค์การสหประชาชาติก็เห็นด้วยกับโครงการนี้ อีกทั้งได้สอบถามประชาชนที่จะได้รับผลกระทบในพื้นที่พบว่าล้วนเห็นชอบให้รัฐบาลเร่งดำเนินการ จึงมั่นใจว่าเสียงตอบรับกว่า 99%”

พล.ต.ทรงกลด กล่าวต่อว่า เข้าใจดีกว่าหากโครงการขุดคลองไทยเกิดขึ้นจะส่งผลกระทบบ้างกับบางประเทศก็ตามแต่ทุกประเทศต่างก็ต่างพึ่งพากันทั้งสิ้น ร่นระยะทางเหลือเพียง 130 กม. โดยไม่ต้องไปอ้อมช่องแคบมะละกาที่ต้องใช้ระยะทางมากถึง 3,000 กม. จึงน่าจะสามารถตอบสนองแนวทางดำเนินธุรกิจของสายเรือทั่วโลกได้เป็นอย่างดี

“พยายามผลักดันขุดคลองไทยให้แจ้งเกิดนำร่องไปก่อน รัฐบาลไทยจึงน่าจะใช้โอกาสนี้แสดงความชัดเจนด้านการพัฒนาเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ไม่ห่วงเรื่องการลงทุน เนื่องจากมีการออกแบบที่นักลงทุนหลายประเทศแสดงความสนใจอย่างมาก เป็นการแบ่งทางกายภาพบางส่วนเท่านั้น ไม่ใช่การแบ่งแยกประเทศไทย ยังเชื่อมใต้ดินด้วยระบบขนส่งคมนาคม ยังมีสะพานข้ามนับจำนวนกว่า 10 สะพาน”

สำหรับโครงการสะพานเศรษฐกิจภาคใต้หรือแลนด์บริจด์จะพบว่าประโยชน์ไม่ได้แตกต่างจากที่ได้รับจากโครงการทางถนนที่พบเห็นทั่วไป การยกขึ้น-ลงตู้คอนเทนเนอร์ล้วนมีค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น จัดเป็นต้นทุนค่าใช้จ่ายด้วย แตกต่างกับคลองไทยที่จะมีความสะดวกรวดเร็วกว่าจึงทำให้นักลงทุนและแหล่งทุนรายใหญ่ของโลกให้ความสนใจมาร่วมลงทุนในโครงการเพราะเล็งเห็นผลตอบแทนที่คุ้มค่าและโครงการมีความยั่งยืนนั่นเอง

โดยขณะนี้มีภาคเอกชนชั้นนำจากทั่วโลกเสนอลงทุนให้ไทย 100% โดยรัฐบาลไทยไม่ต้องควักเงินพร้อมยินดีที่จะต้องปฎิบัติตามเงื่อนไขตามที่ฝ่ายไทยกำหนด แม้ว่าช่วงที่ผ่านมารูปแบบการร่วมลงทุนพีพีพี ฝ่ายรัฐจะรับผิดชอบการเวนคืน แต่กรณีนี้เอกชนที่สนใจลงทุนยินดีรับดำเนินการให้ทั้งหมด ดังนั้นจึงเป็นค่าเวนคืนที่ยุติธรรมแล้วประชาชนคนไทยยังจะได้รับหุ้นเพื่อรับผลตอบแทนจากการพัฒนาจากโครงการนี้ แล้วยังจะมีกองทุนคลองไทยเพื่อนำไปตอบแทนผู้ที่ได้รับผลกระทบโครงการได้อย่างยั่งยืน โดยประมาณ 4 หมื่นครอบครัวที่จะได้รับผลกระทบหรือราวกว่า 1 แสนคนจะเข้ามาสู่ระบบการจ้างงานในโครงการนี้ทุกคน อีกทั้งยังมีโครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้และอีกหลายโครงการเข้ามารองรับแรงงานคาดว่าจะมีรายได้และสวัสดิการที่ดีกว่าปัจจุบันนี้อีกมาก

“เส้นทางคลองไทยเส้น 9A มีผลการศึกษาเรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่ปี 2548 ปัจจุบันได้นำมาเทียบเคียงให้เป็นปัจจุบันพร้อมกับการออกแบบจากมืออาชีพให้เกิดความคุ้มค่ามากที่สุดให้สามารถใช้ประโยชน์พื้นที่ตลอดแนวคลองได้อย่างเต็มที่จึงยืนยันว่ามีผลกระทบกับประชาชนน้อยมาก ไม่กระทบต่อโครงการพระราชดำริ มีการเตรียมพื้นที่รองรับผลกระทบไว้พร้อมแล้วควบคู่กับการสร้างงานให้คนในพื้นที่หรือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการเวนคืนได้มีอาชีพมีรายได้ที่มั่นคงจากโครงการนี้ เบื้องต้นมีการลงพื้นที่ 5 จังหวัดพบการตอบรับจากประชาชนในพื้นที่ดีมาก“ พล.ต.ทรงกลดกล่าวในตอนท้าย