บูมกรุงเทพฯโซนเหนือ ปั้น “ศูนย์เศรษฐกิจรังสิต” เชื่อมรถ ราง เรือ

วันนี้ (11 กันยายน 2563) ณ ห้องประชุมเทศบาลนครรังสิต จัดให้มีการประชุมเตรียมการดำเนินการกฎบัตรนครรังสิต โดยมีนายธีรวุฒิ กลิ่นกุสุม นายกเทศมนตรีนครรังสิต เป็นประธานโดยได้รับเกียรติจากนายพรนริศ ชวนไชยสิทธิ์ รักษาการประธานกฎบัตรแห่งชาติ นายพฤทธิพงษ์ ธาราพิมาณ ผู้เชี่ยวชาญด้านการขนส่งทางราง บริษัท เอเอ็มอาร์ เอเชีย จำกัด นายสมศักดิ์ อรุณสุรัตน์ ประธานสภาเทศบาลนคร นครสวรรค์ และนายฐาปนา บุณยประวิตร นายกสมาคมการผังเมืองไทย และกรรมการและเลขานุการกฎบัตรแห่งชาติ ร่วมเสวนาในวาระสำคัญเรื่องการอบรมยกระดับสมรรถนะตามมาตรฐานกฎบัตร เรื่องการพัฒนา “ย่านอัจฉริยะนครรังสิต” เรื่องการพัฒนาการเชื่อมต่อคมนาคมขนส่งนครรังสิต (ท่าเรือ-สถานีรถไฟสายสีแดง-ศูนย์การเดินรถเมล์-ศูนย์การค้าฟิวเจอร์ปาร์ค) และเรื่องการปรับปรุงฟื้นฟูชุมชนเมือง-ที่อยู่อาศัย

โดยนายธีรวุฒิ กลิ่นกุสุม นายกเทศมนตรีนครรังสิต กล่าวว่า เคยมีการตรวจสอบช่วงวิกฤติโควิด-19 พบว่ามีผู้ประกอบการรถบริการสาธารณะ รถตู้ในพื้นที่กว่า 1,500 คัน อีกทั้งยังพบอีกว่าเคยมีการศึกษาของสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร(สนข.) ต่อการพัฒนาระบบรางของปทุมธานีสำหรับโซนรังสิตนี้โดยมีหลายเส้นทางนำเสนอ พร้อมกับนำเสนอให้องค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.) รับไปดำเนินการ แต่ขณะนั้นพบว่าพ.ร.บ.ร่วมลงทุนปี 2562 ยังไม่ประกาศใช้ ปัจจุบันพ.ร.บ.ร่วมลงทุนพีพีพีประกาศใช้แล้วจึงน่าจะเป็นโอกาสที่ดีในการนำมาพัฒนาโครงการดังกล่าว

โดยได้คัดเลือกมา 1 เส้นทางเป็นการนำร่องคือ สถานีรถไฟฟ้าสายสีแดง รังสิต -ศูนย์การค้าฟิวเจอร์ปาร์ค-มทร.ธัญบุรี ที่เห็นว่ามีความเป็นไปได้มากที่สุด พบว่าผ่าน 3 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและ 1 เอกชนรายใหญ่ โดยต้องการให้เชื่อมไปถึงสวนสัตว์ปทุมธานี เพื่อศึกษาความเป็นไปได้โดยนำเสนอผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดแต่ก็มีการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งทางราชการ ปัจจุบันจึงยังรอการขับเคลื่อนของผู้ว่าราชการจังหวัดคนใหม่ เช่นเดียวกับเรื่องการเดินเรือในคลองรังสิต มีทั้งผู้เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับวิธีการ ใช้เรือไม่เหมาะสมกับระดับน้ำในคลอง คลื่นแรงส่งผลกระทบกับเรือขนาดเล็กที่ใช้คลองร่วมกัน ท่าเรือจ้างไม่สอดคล้องกับพฤติกรรมใช้ระบบขนส่งมวลชน จึงพบว่าท่าเรือยังไม่สามารถใช้ท่าเรือได้มาจนตราบทุกวันนี้ และกรณีดังกล่าวต้องได้รับการเห็นชอบจากกรมเจ้าท่าก่อน หากจะมีการเดินเรือเพื่อการพาณิชย์เกิดขึ้น ปัจจุบันเทศบาลนครรังสิตยังถูกบังคับให้รับท่าเรือดังกล่าวไว้ในการดูแล

“ดังนั้นหากจะขับเคลื่อนต่อไปจึงต้องบูรณาร่วมกัน ประการสำคัญผังเมืองนครรังสิตที่ไม่มีการปรับปรุงมานานถึง 15 ปีแล้วนั้นยังต้องปรับให้สอดคล้องกับปัจจุบัน ดังนั้นกว่า 1 ปีที่ผ่านมาจึงอยู่ระหว่างการปรับปรุงผังเมืองเพื่อให้ขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองด้านต่างๆได้อย่างไม่มีปัญหา โดยมองเห็นว่าแนวทางของกฎบัตรน่าจะเป็นอีกหนึ่งทางออกต่อการแก้ไขปัญหาต่างๆจึงขยายแนวคิดออกไปสู่ประชาชนในพื้นที่ให้เข้าใจเพื่อจะได้มาร่วมกันขับเคลื่อนให้เกิดเป็นรูปธรรมต่อไป”

นายฐาปนา บุณยประวิตร นายกสมาคมการผังเมืองไทย กล่าวว่า ศูนย์กลางเชื่อมต่อการเดินทางของรังสิตจะตั้งอยู่ที่ใดที่สามารถรองรับความเจริญของรถไฟฟ้าสายสีแดง ตัวชี้วัดอีกประการคือ ในบริเวณเมืองรังสิตจะมีงบประมาณภาษีกว่า 2,000 ล้านบาท อีกทั้งบริเวณโดยรอบมีมหาวิทยาลัยจำนวนหลายแห่งจึงอุดมไปด้วยองค์ความรู้มากมายน่าจะนำองค์ความรู้มาใช้ประโยชน์ จึงน่าจะใช้ประโยชน์จากระบบเชื่อมต่อให้เกิดประสิทธิภาพให้มากที่สุด ซึ่งแวดวงกฎบัตรแห่งชาติจะนำเรื่องเหล่านี้เข้ามาหารือร่วมกัน โดยปี 2564 จะเร่งขับเคลื่อนกฎบัตรคมนาคมขนส่งสีเขียวที่นครรังสิตต่อไป

นายพฤทธิพงษ์ ธาราพิมาณ ผู้เชี่ยวชาญด้านการขนส่งทางราง บริษัท เอเอ็มอาร์ เอเชีย จำกัด กล่าวว่า เน้นสนับสนุนอุตสาหกรรมในประเทศโดยส่งเสริมผู้ประกอบการไทย ขณะนี้มีกลุ่มบริษัทสกุลฎ์ซีแสดงความสนใจเข้ามาร่วมพัฒนาเส้นทางรถไฟฟ้าในนครรังสิตนี้ด้วย เช่นเดียวกับเส้นทางนครสวรรค์-สุพรรณบุรี หรือเส้นทางสุพรรณบุรี-หนองปลาดุก

“ระบบฟีดเดอร์ไลน์ขนาดเล็กเหมาะที่จะนำมานำร่องการพัฒนาเป็นเฟสต่อเนื่องกันไป ลงทุนน้อยแต่ประสิทธิภาพดีกว่า ซึ่งขณะนี้มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิตมีแผนการพัฒนารองรับไว้แล้วเพื่อเชื่อมสายสีแดง ณ สถานีม.ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต กับพื้นที่สำคัญๆในพื้นที่ เช่นเดียวกับสายสีแดง ณ สถานีรังสิตเชื่อมมายังศูนย์การค้าฟิวเจอร์ปาร์ครังสิตที่น่าจะนำเทคโนโลยีรถไฟฟ้าสายสีทองมาประยุกต์ใช้ด้วยกันได้