ทล.เร่ง 5 โครงการ งบกว่าแสนล้านทะลวงสู่ภาคใต้

“ศักดิ์สยาม” นำคณะผู้บริหารกระทรวงคมนาคมลงพื้นที่ราชบุรี เร่งรัดโครงการแก้ปัญหาจราจรภาคใต้ตามนโยบายรัฐบาล รวมงบกว่า 1.1 แสนล้านบาท ตั้งงบปี 65 ไปดำเนินการควบคู่กับการแก้ไขอีไอเอ เผยมอเตอร์เวย์อาจสร้างจากนครชัยศรี-เพชรบุรีก่อนขยายในเฟสต่อไป ส่วนรถไฟทางคู่มีการปรับแผนใหม่มอบหน่วยงานรับผิดชอบเร่งสรุปการรับฟังความเห็นประชาชน

ฝ่ายประชาสัมพันธ์ กรมทางหลวง(ทล.) แจ้งว่า วันนี้( 23 กันยายน 2563) เวลา 09.45 น. ณ โรงยิมเนเซี่ยมจังหวัดราชบุรี นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมผู้บริหารกระทรวงคมนาคมลงพื้นที่ติดตามข้อสั่งการจากนายกรัฐมนตรีในการดำเนินงานเพิ่มประสิทธิภาพโครงข่ายทางหลวงและแก้ไขปัญหาจราจร โดยมี นายชยาวุธ จันทร ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี และประชาชนในพื้นที่จังหวัดราชบุรีให้การต้อนรับ

นายศักดิ์สยาม กล่าวว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้กระทรวงคมนาคมเร่งรัดการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งการปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพโครงข่ายถนนและการก่อสร้างทางหลวงสายใหม่ เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกด้านการคมนาคมขนส่งให้พี่น้องประชาชน และบรรเทาปัญหาการจราจรติดขัด โดยเฉพาะในเส้นทางจากกรุงเทพมหานครสู่ภาคใต้ โดยได้ให้นโยบายแก่กรมทางหลวงเร่งรัดดำเนินการพัฒนาและปรับปรุงโครงข่ายทางหลวง พร้อมทั้งแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัดในเส้นทางสู่ภาคใต้ให้มีความสะดวก รวดเร็ว คล่องตัว และปลอดภัย ผ่าน 6 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นครปฐม สมุทรสาคร สมุทรสงคราม ราชบุรี และเพชรบุรี

สำหรับการพัฒนาและปรับปรุงโครงข่ายทางหลวงในเส้นทางสู่ภาคใต้ที่กรมทางหลวงดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน มีทั้งสิ้น 5 แนวทาง ดังนี้ 1.คลี่คลายปัญหาการจราจรบนถนนพระราม 2 ซึ่งเป็นเส้นทางสายหลักในการเดินทางสู่ภาคใต้ ด้วยการปรับปรุงถนนระดับพื้นดิน ซึ่งได้เริ่มดำเนินการแล้วตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2561 2.เร่งรัดก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองทางยกระดับบนถนนพระราม 2 ช่วงบางขุนเทียน ถึงบ้านแพ้ว โดยมีรูปแบบก่อสร้างเป็นมอเตอร์เวย์ยกระดับบนถนนพระราม 2 เชื่อมต่อกับโครงการทางพิเศษสายพระราม 3 – ดาวคะนอง –วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันตก ขนาด 6 ช่องจราจร เป็นระบบการเก็บค่าผ่านทางที่ใช้เทคโนโลยี AI “ระบบ M-Flow” ไร้ไม้กั้น วงเงินลงทุนรวมกว่า 30,000 ล้านบาท โดยช่วงบางขุนเทียน-เอกชัยจะแล้วเสร็จในปี 2565 และคาดว่าจะแล้วเสร็จทั้งหมดถึงบ้านแพ้วภายในปี 2567

3.โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 8 สายนครปฐม – ชะอำ มีจุดเริ่มต้นโครงการบริเวณชุมทางต่างระดับนครชัยศรี ซึ่งเชื่อมต่อโดยตรงกับทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายบางใหญ่ – กาญจนบุรี เส้นทางมุ่งหน้าลงใต้ถึงทางแยกต่างระดับท่ายาง ระยะทาง 109 กิโลเมตร มีรูปแบบก่อสร้างเป็นมอเตอร์เวย์ขนาด 4 ช่องจราจร และมีด่านเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางจำนวน 9 แห่ง โดยใช้เทคโนโลยี AI แบบระบบ M-Flow พร้อมมีที่พักริมทาง (Rest Area) จำนวน 5 แห่ง วงเงินลงทุนทั้งสิ้น 79,000 ล้านบาท ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาขออนุมัติโครงการในรูปแบบ PPP และมีแผนดำเนินงานก่อสร้างระหว่างปี 2565 – 2568

4.การเดินหน้าโครงการทางหลวงแนวใหม่ เชื่อมต่อสามแยกวังมะนาว – บรรจบทางหลวงหมายเลข 3510 อ.หนองหญ้าปล้อง จ.เพชรบุรี มีจุดเริ่มต้นโครงการบริเวณสามแยกวังมะนาว ถึง อ.หนองหญ้าปล้อง จ.เพชรบุรี รวมระยะทาง 36.8 กม. แบ่งช่วงดำเนินการ เป็น 3 ตอน ดังนี้ ตอนที่ 1 ช่วงสามแยกวังมะนาว – บ.หนองลังกา ระยะทาง 14.8 กิโลเมตร ก่อสร้างเป็นทางแนวใหม่ ขนาด 4 ช่องจราจร รวมทางแยกต่างระดับ ตอนที่ 2 ช่วง บ.หนองลังกา – บ.ห้วยศาลา ระยะทาง 7.1 กิโลเมตร ตามแนวทางหลวงหมายเลข 3206 ขยายเป็น 4 ช่องจราจร ตอนที่ 3 ช่วง บ.ห้วยศาลา – สี่แยกเข้า อ.หนองหญ้าปล้อง ระยะทาง 14.9 กิโลเมตร ตามแนวทางหลวงหมายเลข 3510 ขยายเป็น 4 ช่องจราจร ใช้วงเงินงบประมาณก่อสร้างทั้งสิ้น 2,650 ล้านบาท ได้รับงบประมาณในการออกแบบรายละเอียดในปี 2564 และขอตั้งงบประมาณก่อสร้างในปี 2566 คาดว่าพร้อมเปิดให้บริการในปี 2568

5.การปรับปรุงก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำแม่กลองบนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 4 (สะพานสิริลักขณ์) โดยมีรูปแบบการก่อสร้างเป็นสะพานคอนกรีตข้ามแม่น้ำแบบสะพานคู่ กว้างข้างละ 3 ช่องจราจร ได้รับงบประมาณเพื่อสำรวจออกแบบและศึกษา EIA ในปี 2564 คาดว่าจะดำเนินงานก่อสร้างในปี 2566 พร้อมแล้วเสร็จในปี 2568

“ตั้งงบประมาณปี 2565 เข้าไปดำเนินการควบคู่กับการเร่งแก้ไขปัญหาอีไอเอ พร้อมกับเร่งเชื่อมต่อโครงการพระราม 2 ล่าสุดหารือกับผอ.สนข. ในการใช้เงินจากกองทุนมอเตอร์เวย์เข้าไปขับเคลื่อนโครงการมอเตอร์เวย์ลงสู่ภาคใต้ เช่นเดียวกับสะพานข้ามแม่น้ำท่าจีนที่กรมทางหลวงออกแบบไว้แล้ว ใช้งบกว่า 3 หมื่นล้านบาท ใช้ระยะเวลาก่อสร้าง 3 ปี จะนำเสนอครม.อนุมัติให้ดำเนินการภายในต้นเดือนตุลาคมนี้ เพื่อให้เชื่อมถึงช่วงเอกชัย-บ้านแพ้ว พร้อมกับเร่งแก้ไขช่วงแยกวังมะนาวให้รถสามารถเคลื่อนตัวได้เร็วขึ้น”

นายศักดิ์สยามกล่าวต่อว่า ด้านถนนเพชรเกษมจะก่อสร้างจะมีการก่อสร้างมอเตอร์เวย์เส้นทางนครปฐม-ชะอำ ให้เร่งนำเรื่องเสนอรูปแบบการร่วมลงทุนพีพีพี แต่ขณะนี้ยังมีปัญหาผลกระทบจากช่วงเพชรบุรี ดังนั้นจึงน่าจะดำเนินการจากช่วงนครชัยศรี-เพชรบุรี ให้ได้ก่อน หากชาวเพชรบุรีเห็นชอบจึงค่อยพัฒนาในส่วนต่อขยายนั้นต่อไป

สำหรับปัญหารถไฟทางคู่ กระทรวงคมนาคมได้มีการทบทวนใหม่ในหลายเส้นทาง ให้ประชาชนตัดสินใจอีกครั้งว่าอยากจะให้เกิดขึ้นหรือไม่ ให้ประชาชนทำความเข้าใจกันให้สมบูรณ์ก่อน เช่นเดียวกับทั้ง 5 โครงการที่เปิดประตูสู่ภาคใต้ในครั้งนี้จึงต้องมารับฟังเสียงประชาชนในพื้นที่ให้ชัดเจนก่อน

นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) กล่าวว่า ได้รับนโยบายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้เร่งรัดดำเนินโครงการดังกล่าว ซึ่งวันนี้ถือเป็นโอกาสดีที่ท่านรัฐมนตรีได้ลงพื้นที่มาดูความคืบหน้าด้วยตนเอง กรมทางหลวงจะเดินหน้าโครงการให้แล้วเสร็จตามกำหนดเวลา เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนได้เร็วที่สุด แก้ไขปัญหาการจราจรติดขัด รองรับปริมาณรถที่เพิ่มสูงขึ้น เชื่อมโยงการเดินทางระหว่างพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลกับพื้นที่ภาคใต้ อีกทั้งยังช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย ทำให้การเดินทางสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยยิ่งขึ้น ส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจ ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนในภูมิภาคและประเทศไทยให้มีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน