ปั้น TOD ศาลายา เน้นเดินเช่ือมรถไฟฟ้าสายสีแดง

ม.มหิดล ศาลายาเดินหน้าตามแผนสนับสนุนของทุนวิจัยจาก บพท.ผนึกภาคส่วนในพื้นที่เดินหน้าโครงการแนวทางการลงทุนเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่พัฒนารอบสถานีขนส่งมวลชนเพื่อเป็นเมืองอัจฉริยะน่าอยู่กรณีศึกษาสถานีศาลายา เน้นความสะดวกของการเดินเชื่อมต่อมายังสถานีรถไฟฟ้าสายสีแดง

ผศ.ดร.วศพร เตชะพีรพานิช หัวหน้าโครงการแนวทางการลงทุนเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่พัฒนารอบสถานีขนส่งมวลชน(TOD) เพื่อเป็นเมืองอัจฉริยะน่าอยู่กรณีศึกษาสถานีศาลายา กล่าวว่า โครงการนี้คณะทำงานประกอบด้วยดร.สมศิริ เชียววัฒนกุล ผศ.ดร.ลลิตา นฤปิยะกุล ดร.ศิรดล ศิริธร โดยได้รับทุนสนับสนุนจากหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่(บพท.) ภายใต้โปรแกรมที่ 13 นวัตกรรมสำหรับเศรษฐกิจฐานรากและชุมชนนวัตกรรม แผนงานริเริ่มสำคัญ(Flagship) มหาวิทยาลัยพัฒนาพื้นที่ และเมืองศูนย์กลางที่น่าอยู่ Smart City โดยเป็นการต่อยอดในการออกแบบพื้นที่จากแผนงานวิจัยเดิมคือ การพัฒนาระบบขนส่งทางรางเพื่อรองรับการขยายตัวของเมือง ของคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดลในปีพ.ศ. 2558 – 2561 โดยครอบคลุมการศึกษาจุดเริ่มต้นและจุดปลายทางการเดินทาง ความสามารถในการบริการของระบบขนส่งสาธารณะในพื้นที่ รวมทั้งการกำหนดจุดเชื่อมต่อกับระบบขนส่งมวลชนและเส้นทางการเดินเท้าเพื่อเสนอเป็นแผนการปรับปรุงให้รองรับการเกิดขึ้นของสถานีศาลายาเพื่อประชาชนได้มาใช้สถานีได้อย่างสะดวก เชื่อมได้กับระบบขนส่งมวลชนที่หลากหลาย เช่น รถเมล์ รถตู้ รถสองแถว

โครงการที่สนับสนุนโดย บพท นี้ เป็นแนวทางการลงทุนเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่พัฒนารอบสถานีขนส่งมวลชนเพื่อเป็นเมืองอัจฉริยะน่าอยู่กรณีศึกษาสถานีศาลายาจะเป็นการศึกษาที่ต่อยอดในมิติต่างๆ เช่น เชิงกายภาพ ที่ได้ออกแบบไปแล้วมาหาแนวทางการปฎิบัติจริงจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง หน่วยงานภาครัฐหรือเอกชนมีความสนใจจะสามารถลงทุนได้อย่างไร จะมีปัญหาอุปสรรคดำเนินการอย่างไร

โดยการวางผังพื้นที่โครงการดังกล่าวไม่ได้เน้นเฉพาะพื้นที่มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายาเท่านั้น แต่รวมถึงพื้นที่โดยรอบสถานีรถไฟศาลายา ในรัศมีประมาณ 500 เมตรจากศูนย์กลางคือสถานีศาลายา ซึ่งจัดว่าเป็นศูนย์เศรษฐกิจสำคัญในโซนนี้ และมีชุมชุนอยู่อาศัยและอาคารหน่วยราชการหลายแห่ง ปัจจุบันพื้นที่โดยรอบสถานีศาลายามีเจ้าของพื้นที่ดินรายใหญ่ 3 ราย คือ มหาวิทยาลัยมหิดล สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ และการรถไฟแห่งประเทศไทยจึงได้รับการผลักดันจากผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาเมืองและ สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร(สนข.) ให้ “ศาลายา” เป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพในการพัฒนาโดยรอบสถานีขนส่งมวลชนตามหลักการ TOD ได้ง่ายกว่าพื้นที่อื่นๆ

ประการสำคัญพื้นที่ศาลายานี้จะแตกต่างกับพื้นที่อื่นคือ ไม่ใช่พื้นที่ใจกลางเมืองหลวง อย่าง กรุงเทพฯ แต่เป็นเมืองครอบคลุมพื้นที่ 3 จังหวัด คือ นครปฐม กรุงเทพฯ และนนทบุรี เรียกได้ว่าเป็นโครงการนำร่องของ 3 เมือง นอกจากนั้นพื้นที่ศาลายากำลังเติบโตเป็นเมืองแห่งการเชื่อมโยงที่มีศักยภาพมากขึ้นตามแผนพัฒนาของกรุงเทพฯ เนื่องจากมีความพร้อมด้านที่ดิน ความหลากหลายของระบบขนส่งมวลชนรองในพื้นที่ และเศรษฐกิจท้องถิ่นที่เฉพาะตัวและเข้มแข็ง

ในส่วนของมหาวิทยาลัยมหิดลได้มีเตรียมการรองรับด้วยการปรับแก้แผนแม่บทของมหาวิทยาลัยมหิดลเตรียมพื้นที่ที่จะเปิดประตูให้เชื่อมต่อตรงไปยังสถานีศาลายา เป็นถนนกว้าง 12 เมตรเพื่อรอการบูรณาการเชื่อมต่อเป็นทางเดินหรือสกายวอล์คออกไปยังสถานีศาลายา และใช้ระบบรถแทรมที่วิ่งบริการภายในมหาวิทยาลัยให้มาจอดรับ-ส่งบริเวณประตูดังกล่าว

นอกจากนั้นภาคส่วนอื่นๆ ยังมีรับหน้าที่ไปดำเนินการจากโครงการแผนวิจัยที่ผ่านมาควบคู่กันไปด้วย เช่น เทศบาล กรมทางหลวงชนบท เป็นต้น เช่น เทศบาลได้พัฒนาพนังกันน้ำและพื้นที่ทางเดินตามแนวคลองมหาสวัสดิ์ไปบ้างบางส่วน ดังนั้นจึงพอจะเริ่มมองเห็นทิศทางการขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองหรือพื้นที่ศาลายาว่าจะไปในทิศทางใดให้พร้อมรองรับการเปิดรถไฟฟ้าสายสีแดงอ่อนและการเติบโตของพื้นที่ ซึ่งช่วงที่ผ่านมาโครงการวิจัยนี้ยังได้บูรณาการความร่วมมือกับหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่

โดยโครงการนี้จะแบ่งออกเป็น 3 โครงการย่อย คือ 1. กลไกการปรับตัวของเศรษฐกิจท้องถิ่นเพื่อสนับสนุนการหาแนวทางร่วมทุนในการพัฒนาพื้นที่โดยรอบสถานีศาลายา 2. ใช้แอพพิเคชั่น “ศาลายาเพื่อนเดินทาง” เป็นระบบบริการข้อมูลการเดินทางด้วยเทคโนโลยีอินเตอร์เน็ตเชื่อมทุกสรรพสิ่งเพื่อรองรับศาลายาเมืองอัจฉริยะ และ 3. ศึกษาความเต็มใจที่จะเดินในพื้นที่ศาลายา จากจุดสถานีศาลายาไปยังจุดต่างๆ เพื่อให้เป็นการสร้างโอกาสในการนำพื้นที่ไปพัฒนาให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจ

ผศ.ดร.วศพร กล่าวต่อว่า สำหรับโครงการแรกจะเกี่ยวกับเรื่องเศรษฐกิจท้องถิ่น ว่ามีผลิตภัณฑ์อะไรบ้าง และมีกลไกในการผลักดันผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นอย่างไร ขณะเดียวกันศาลายายังจัดเป็นโซนพื้นถิ่นและเกษตรกรรม

ในส่วนโครงการที่ 2 เกี่ยวกับ “ศาลายาเพื่อนเดินทาง” จะเกี่ยวกับแอพพิเคชั่นอำนวยความสะดวกการเดินทางการเชื่อมต่อกับระบบขนส่งมวลชนอื่นๆ โดยผศ.ดร.ลลิตา นฤปิยะกุล เป็นผู้ดำเนินโครงการดังกล่าวซึ่งเป็นผู้ผลิตจากแอพพิเคชั่น BKKRail ที่ใช้ในพื้นที่กรุงเทพฯ

ผศ.ดร.ลลิตา นฤปิยะกุล กล่าวเสริมว่า ระบบนี้จะแตกต่างจากแอพพิเคชั่น BKK Rail ไม่มากนัก ใช้รูปแบบเทคโนโลยีบลูทูธ ราคาไม่แพง ติดบลูทูธไว้ที่ป้ายรถเมล์เป็นการเฉพาะ หากรถคันไหนผ่านหรือเข้าจอดจะสามารถบอกเวลาตามจริงได้โดยไม่ต้องใช้จีพีเอส เบื้องต้นเน้นใช้พื้นที่ศาลายา ใช้เทคโนโลยีเฉพาะบำรุงรักษาต่ำ ใช้งานได้ในระยะยาวลองพัฒนาใช้งานไปก่อน

“แอพพิเคชั่นเพื่อนเดินทางต้องการให้ประชาชนผู้ใช้บริการสามารถเข้าถึงได้ง่าย สามารถนำเทคโนโลยีดังกล่าวไปประยุกต์ใช้งานในมิติใดได้อีกบ้างนอกเหนือจากบ่งบอกว่ารถจะเข้ามาสู่สถานีในระยะเวลาเท่าใด”

ในส่วนของโครงการที่ 3 โจทย์สำคัญจึงจะเป็นการออกแบบเมืองที่ให้อยู่ร่วมกันอย่างน่าอยู่ ระหว่างชุมชนกับรถไฟฟ้าที่จะเปิดให้บริการได้อย่างไร อยากเห็นรถไฟฟ้าให้บริการแล้วเมืองเติบโตไปตามวิถีท้องถิ่น โจทย์แรกต้องมองเรื่องการเข้าถึงพื้นที่ ดูผลกระทบ การเชื่อมต่อกับระบบขนส่งสาธารณะต่างๆ ให้ได้รับความสะดวกสบายและรวดเร็ว

“มหาวิทยาลัยมหิดลถูกออกแบบให้เป็นเมืองแห่งการเดินที่ดี จัดว่าเป็นกรีนแคมปัส จึงอยากให้เกิดการเชื่อมต่อภายใต้คอนเซปต์นี้ขยายวงกว้างออกไป ให้น่าอยู่ เน้นคนเดิน เน้นใช้ระบบสาธารณะโดยใช้ระบบอัจฉริยะเข้าไปช่วยอำนวยความสะดวก ไม่เน้นชูความเป็นอัจฉริยะแต่เน้นความน่าอยู่ของเมือง” ผศ.ดร.ลลิตา กล่าวในตอนท้าย