“อธิรัฐ” สั่งตั้งงบฯ พัฒนาร่องนำ้คลองเกาะแก้ว

“อธิรัฐ” ลงพื้นที่ภูเก็ตเอาใจกลุ่มเรือท่องเที่ยวสั่งตั้งงบฯ ด่วน พัฒนาร่องนำ้คลองเกาะแก้ว เพื่อขับเคลื่อนตามนโยบายรัฐบาลพัฒนามารีน่าฮับ และยุทธศาสตร์ชาติ เพื่อบูมท่าเรือรอยัลภูเก็ตมารีน่า ท่าเรือโบ้ทลากูนหวังสร้างเศรษฐกิจมูลค่าสูงประเทศ

เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2563 เวลา 13.00 น. ณ จุดตรวจที่ 1 ท่าเรือโบ้ทลากูน ถ.เทพกระษัตรี ต.เกาะแก้ว อ.เมือง ภูเก็ต นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ตรวจราชการ รับทราบปัญหา และแนวทางแก้ไข สภาพการเดินเรือบริเวณฝั่งตะวันออกของภูเก็ต ซึ่งเป็นพื้นที่ศักยภาพที่ไม่ได้รับคลื่นลมจากมรสุมคลื่นลมประจำถิ่น ทำให้จอดเรือปลอดภัยได้ถึง 300 ซองจอด และมีการให้บริการต่างๆ

โดยปัญหาที่พบจากการลงตรวจฯ พบร่องน้ำคลองเกาะแก้ว (ร่องใน)​ ที่เชื่อมต่อเส้นทางเดินเรือจากมารีน่าออกสู่ทะเล มีขนาดเล็กและตื้นเขินจากตะกอนดินสะสมจำนวนมาก และขาดเครื่องหมายช่วยในการเดินเรือ เป็นอุปสรรคการเดินเรือส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในการเดินเรือ และทำให้ขัดแย้งต่อการดำเนินการตามนโยบายมารีน่าฮับที่รัฐบาลส่งเสริม

จากนั้นเวลา 14.30 น. จุดตรวจที่ 2 ท่าเรือรอยัลภูเก็ตมารีน่า (RPM)​ ต.เกาะแก้ว อ.เมือง อาศัยร่องน้ำคลองเกาะแก้ว (ร่องใน)​ เช่นกัน ท่าเรือนี้ให้บริการสถานที่จอดเรือสำราญและกีฬา และเรือบรรทุกผู้โดยสาร มีบ้านพักหรู(Marina-Living)​ มีซองจอดเรือยอท์ช 296 ซองจอด ได้รับการยอมรับมาตรฐานระดับโลกในการรองรับเรือยอท์ช โดยสภาพปัญหาที่พบเช่นเดียวกับท่าเรือโบ้ทลากูน ซึ่งทั้ง 2 ท่าเทียบเรือให้บริการเรือยอท์ชครบวงจร เชื่อมโยงขนส่งทางน้ำระดับอาเชียนและระดับโลก มีขีดความสามารถแข่งขันระดับนานาชาติที่สูง สร้างมูลค่าเศรษฐกิจให้กับประเทศ

ทั้งนี้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้มีข้อสั่งการ ดังนี้คือ
1. สนับสนุนงบประมาณเร่งด่วน ปี 2564 (งบกลางฯ หรือ งบฯ อื่นๆ)​ ในการขุดลอกร่องน้ำ และติดตั้งเครื่องหมายช่วยในการเดินเรือ
2. ผลักดันให้ จ.ภูเก็ตเป็นศูนย์กลางการเทียบท่าเรือสำราญและกีฬาของภูมิภาคอาเซียน ตามนโยบายรัฐบาล “มารีน่าฮับ”(Marina Hub)

“1 ใน 5 ท่าเทียบเรือสำราญและกีฬา รองรับนักท่องเที่ยวของไทย และมีมาตรฐานบริการระดับโลกสร้างประโยชน์กับผู้ประกอบการเรือสำราญกีฬา เรือโดยสาร กลุ่มนักท่องเที่ยวเรือยอท์ช ผู้ให้บริการซ่อมทำเรือ ผู้ประกอบการท่องเที่ยว และประมงท้องถิ่น ผลกระทบเชิงกว้างต้องเร่งรัดให้แล้วเสร็จโดยเร่งด่วนต่อไป”