โยธากทม.เร่งปรับโฉม โซน “ห้วยขวาง-พระราม 9”

สำนักการโยธากทม. เดินหน้าปรับโฉมทางเท้าโซนห้วยขวาง-พระราม 9 ระยะทางฝั่งละ 2.5 กม.พร้อมสร้างสกายพาร์คเป็นแลนด์มาร์คใหม่แยกรัชดา-พระราม 9 “ไทวุฒิ” ย้ำต้นปี 64 เห็นภาพคอนเซปต์ชัดเจนแน่ เล็งผนึกทุนใหญ่ตามแนวเส้นทาง ด้านนิด้ายันพร้อมประสานทุกฝ่ายหนุนเต็มที่

นายไทวุฒิ ขันแก้ว ผู้อำนวยการสำนักการโยธา (สนย.) กรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2563 ที่ผ่านมาได้จัดประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับโครงการ ปรับปรุงภูมิทัศน์ถนนรัชดาภิเษก บริเวณแยกห้วยขวางถึงแยกพระราม 9 ครั้งที่ 1/2563 เพื่อรับฟังปัญหาตลอดจนข้อเสนอแนะต่างๆก่อนลงสำรวจพื้นที่เพื่อนำไปกำหนดการออกแบบเป็นร่างแบบ(คอนเซ็ปท์) โครงการให้สอดคล้องกับพื้นที่และสนองความต้องการของประชาชนต่อไป

ทั้งนี้ช่วงที่ผ่านมาสนย. เป็นหน่วยที่กำหนดกฎระเบียบ เป็นหน่วยบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งเล็งเห็นว่าบทบาทไม่ได้เป็นเพียงแค่การกำหนดใช่บังคับเท่านั้น แต่อยากทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องได้อีกทางหนึ่งด้วย ซึ่งสนย.เคยมีหนังสือปฏิบัติให้ทุกหน่วยนำไปใช้ แต่พบว่าหลายหน่วยยังให้ความสำคัญน้อยมาก มุ่งแต่งานให้แล้วเสร็จเท่านั้น แต่มองข้ามส่วนร่วมจะได้รับผลกระทบอย่างไรบ้าง

สำหรับถนนรัชดาภิเษกตามพื้นที่เป้าหมายอยู่ในเขตพื้นที่การดูแลของสำนักงานเขตดินแดงและห้วยขวาง เบื้องต้นสำนักการจราจรและขนส่ง (สจส.) กทม. เริ่มแผนพัฒนาป้ายรถเมล์อัจฉริยะ ดังนั้นจึงขอให้ผู้ที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่แต่ละจุดว่าควรจะประกอบไปด้วยอะไรบ้าง ลดอะไรลงไปได้บ้าง แนวทางดำเนินการอาจแยกเฟส 1 เฟส 2 โดยต้องดูความพร้อม ระยะเวลา ควบคู่กันไป ดูด้านกายภาพแต่ละจุดซึ่งจะแตกต่างกัน ดูระบบระบายน้ำ ระบบสาธารณูปโภค ดังนั้นจึงต้องมีเจ้าภาพรวมทุกหน่วย

“เคยมีหนังสือปฏิบัติของสนย.ให้ทุกหน่วยนำไปใช้ แต่พบว่าหลายหน่วยยังให้ความสำคัญน้อยมาก มุ่งแต่งานให้แล้วเสร็จเท่านั้น แต่มองข้ามส่วนรวมจะได้รับผลกระทบ ซึ่งสนย.ช่วงที่ผ่านมาบทบาทไม่ใช่แค่ออกกฎบังคับ แต่อยากทำร่วมกันไปด้วยไม่อยากใช้ยาแรงกับในรายที่ฝ่าฝืน ไม่อยากทำ แต่ทนดูไม่ได้ที่หน่วยงานขออนุญาตไปดำเนินการกลับไม่ได้ให้คนนั้นๆมาควบคุมการทำงาน ปล่อยให้แรงงานต่างประเทศมาทำจึงไม่คำนึงถึงชื่อเสียงของไทย”

นายไทวุฒิกล่าวอีกว่าแนวคิดจะลดขนาดความสูงทางเท้าลงไปอีกประมาณ 8.5 เซ็นติเมตรเพื่อให้คนพิการสามารถใช้ทางร่วมได้อย่างสะดวก ปลอดภัยยิ่งขึ้น จึงสั่งให้เขตนั้นๆเตรียมรับมือไว้ได้เลยในการปรับปรุงโดยจะมีการประชุมกลุ่มย่อยให้ย้ายตู้ต่างๆบนทางเท้ามาไว้ที่จุดเกาะกลาง ส่วนทางเท้าจะไม่ให้มีอะไรเลย เร่งให้แต่ละเขตไปสำรวจ ว่าอะไรสมควรมีไว้ อะไรสมควรเอาออกไป จะจัดระเบียบให้สวยงามย้ำว่าโซนห้วยขวาง-ดินแดง-พระราม 9 เร่งไปดำเนินการสำรวจพื้นที่ อีกทั้งสมาคมผู้พิการยังได้ร่วมออกแบบพร้อมลงพื้นที่จะขยายออกไปสู่พื้นที่อื่นๆ

ทั้งนี้กทม.-การไฟฟ้านครหลวง(กฟน.) จะร่วมบูรณาการพัฒนาทางเท้า กำหนดเบื้องต้นให้แยกห้วยขวาง และแยกพระราม 9 เป็นเป้าหมายสำคัญที่จะพบว่าน่าจะเปลี่ยนบทบาทของการใช้งานของคนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวได้อย่างมาก ประการสำคัญทางเท้าเสียหายมาก ประกอบกับผ่านการใช้งานด้านต่างๆที่เกี่ยวกับสาธารณูปโภคมานาน เบื้องต้นจะยกเลิกป้อมตำรวจทางแยก รวบป้ายเป็นสมาร์ทโฮม ยกระดับทางเท้า จะปรับลดในบางจุดตามศักยภาพ-กายภาพพื้นที่นำร่องไปก่อน เกิดความสะดวกที่ทุกคนได้ประโยชน์หมด อาจจะออกแบบทางเท้าให้รับน้ำหนักรถได้ด้วย มีความลาดเอียงไปหาผิวจราจร จะไม่กระทบวีลแชร์ พร้อมสร้างสกายพาร์คเป็นแลนด์มาร์คใหม่พื้นที่แยกรัชดา-พระราม 9

โดยเบื้องต้นมีการศึกษาพื้นที่ยุทธศาสตร์ไว้หลายจุด ประกอบกับนโยบายของนายศักดิ์ชัย บุญมา รองผู้ว่าราชการกทม. กำหนดว่าตามที่สำนักวางผังและพัฒนาเมืองได้ออกแบบไว้หลายแยก พร้อมกับย้ำว่าต้องให้ความสำคัญเพราะเมืองอื่นๆก้าวหน้ากันไปหมดแล้ว ค่อนข้างใช้เวลาอันสั้นๆ ที่ต้องการเห็นผลงานการใช้งาน อีกทั้งมีหน่วยกฟน.จะยกเลิกเสาไฟฟ้า ดังนั้นโอกาสนี้จึงระดมความคิดช่วยกันเสนอ และลงพื้นที่บางส่วน ซึ่งกฟน. มีงบบางส่วน พร้อมดึงภาคเอกชนเข้ามาสนับสนุนได้อีกด้วย

“โดยระยะทางช่วงแยกพระราม9-ห้วยขวางราว 2.5 กม.หากรวมสองฝั่งประมาณ 5 กม. ทั้งนี้คาดว่าประมาณเดือนเม.ย. 2564 เห็นคอนเซปต์ชัดเจนและนำร่องแยกพระราม 9 ต้องเสร็จตั้งแต่คลองสามเสนเป็นต้นไป ดังนั้นจึงมั่นใจว่าโซนแยกพระราม 9 จะได้เห็นภาพชัดในการปรับภูมิทัศน์ในอีก 5-6 เดือนนี้ในครั้งนี้จึงขอรับฟังปัญหาข้อเสนอแนะทุกฝ่ายเพื่อเดินหน้าโครงการโดยเร็วต่อไปโดยจะดึงภาคส่วนต่างๆเข้ามาร่วมขับเคลื่อนโครงการ อาทิ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ที่พร้อมสนับสนุนโครงการและประสานทุกฝ่ายตลอดจนห้างสรรพสินค้า บริษัทเอกชน สถาบันการเงินตามแนวเส้นทาง เป็นต้น”