โยธาฯจังหวัดระยอง เปิดแบบถนนเฉลิมบูรพาชลทิศระยะที่ 2

โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดระยอง ร่วมกับมหาวิทยาลัยบูรพาเร่งศึกษาออกแบบโครงการก่อสร้างถนนเลียบชายฝั่งทะเลตะวันออก “เฉลิมบูรพาชลทิศ” ระยะที่ 2 ในพื้นที่จ.ระยอง ระยะทางเกือบ 100 กม.คาดใช้งบไม่น้อยกว่า 4.5 พันล้านบาทลุ้น ทช.ชงงบปี 66 ตอกเข็มงานโยธาหวังกระตุ้นเศรษฐกิจเมืองระยอง

นายธวัชชัย สุภาผล โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดระยอง เปิดเผยว่า จังหวัดระยองอยู่ระหว่างการเร่งขับเคลื่อนโครงการศึกษาออกแบบก่อสร้างถนนเลียบชายฝั่งทะเลตะวันออก “เฉลิมบูรพาชลทิศ” ระยะที่ 2 ในพื้นที่จ.ระยอง ระยะทางเกือบ 100 กม. ซึ่งมหาวิทยาลัยบูรพาในฐานะที่ปรึกษาโครงการได้นำเสนอคอนเซปต์แก่หลายหน่วยงานบ้างแล้ว โดยใช้เส้นทางหลักเดิมประมาณ 70% ระหว่างอนุสาวรีย์สุนทรภู่ อำเภอแกลงเป็นต้นไป มีเส้นทางเลือกอยู่ 2-3 แนว จุดแรกบริเวณตลาดบ้านเพ ที่แนวถนนเดิมคับแคบ การจราจรคับคั่ง จุดที่ 2 จุดแยกพะโคริมชายทะเลซึ่งเมื่อตรงไปจะเจออนุสาวรีย์รัชกาลที่ 7 จึงจะหาแนวเส้นทางให้มาเชื่อมต่อตรงจุดแหลมรุ่งเรือง ส่วนจุดที่ 3 บริเวณมาบตาพุด ที่ต้องคำนึงเรื่องความปลอดภัยจึงต้องศึกษาเส้นทางต่อเนื่องให้เชื่อมโยงกันได้

ทั้งนี้ได้นำเสนอผู้เกี่ยวข้องบางส่วนไปแล้ว แต่ยังไม่ตกผลึกเนื่องจากยังเป็นช่วงของการจัดทำร่างแบบการศึกษาเท่านั้น ขณะนี้แนวเส้นทางประมาณ 70% มีความเป็นไปได้สูงมาก จากเส้นทางประมาณ 95 กิโลเมตร

ในส่วนรูปแบบเส้นทางโครงการนั้นไม่ต้องการให้ออกมาเช่นรูปแบบของถนนทั่วไป ซึ่งในพื้นที่อู่ตะเภาและจันทบุรีหลายพื้นที่น่าจะนำไปพัฒนาได้อีกหลายด้าน ดังนั้นระยองจะเป็นศูนย์กลางการเดินทาง ขณะนี้รูปแบบถนน สะพาน สามารถเผยแพร่รูปแบบได้บางส่วนแล้ว โดยช่วงแหลมเจริญพบว่ามีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าพื้นที่แต่ละปีจำนวนมากเหมาะพัฒนาให้เป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ในพื้นที่เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มกระตุ้นเศรษฐกิจของระยอง

การพัฒนาอีกส่วนคือ พื้นที่ตะกวน ใกล้มาบตาพุด ที่มีแหล่งเที่ยวและร้านอาหารจำนวนมากจึงเหมาะแก่การพัฒนารูปแบบวงเวียน หรือสะพานข้าม ให้สอดคล้องกับพื้นที่แหลมเจริญ แต่ยังต้องคำนึงเรื่องผลกระทบสิ่งแวดล้อมจึงต้องออกแบบให้สอดคล้องความต้องการของประชาชนโดยเฉพาะชาวประมงพื้นบ้านที่มีอยู่มากในพื้นที่ดังกล่าวต่อไป

“ต้องการเปิดให้ทุกคนเข้ามามีส่วนร่วมโครงการนี้ให้มากที่สุดเพื่อให้สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้อีกฝั่งหากนักท่องเที่ยวไม่ไปแหลมเจริญ ให้เกิดมูลค่าเพิ่มได้ด้วยซึ่งทั้ง 2 จุดนี้จะเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของระยอง นอกจากนั้นยังมีการปรับภูมิทัศน์รวม 11 จุด ตามจุดสำคัญในแนวเส้นทาง อาทิ อนุสาวรีย์สุนทรภู่ แหลมแม่พิมพ์ ผ่านหาดต่างๆ ให้มีคอนเซปต์แต่ละจุดไว้อย่างชัดเจน จึงต้องพิจารณาเรื่องการดูแลบำรุงรักษาในระยะยาวนอกเหนือจากการออกแบบต้องสวยงาม เพื่อไม่ให้เป็นภาระมากเกินไป”

นายธวัชชัยกล่าวต่อว่า สำหรับความคืบหน้าด้านการออกแบบเบื้องต้นนั้นจะมีการนำเสนอสู่การพิจารณาของคณะกรรมการได้ในปลายเดือนธันวาคมนี้ ขณะนี้มีการเปิดรับฟังความเห็นทั้งเวทีเล็กและเวทีใหญ่ไม่น้อยกว่า 20 ครั้ง คาดว่าจะมีการตั้งงบประมาณราว 4,500 ล้านบาทในปี 2566 ไปดำเนินการรูปแบบงบผูกพัน โดยคณะรัฐมนตรีจะมีการมอบหมายให้กระทรวงคมนาคมโดยกรมทางหลวงชนบทรับไปดำเนินการก่อสร้างถนน และสะพาน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะเน้นเรื่องการปรับภูมิทัศน์ ส่วนทางจังหวัดระยองและประชาชนจะมีส่วนร่วมในการออกแบบโครงการ

“เน้นบูรณาการร่วมกันหลายฝ่าย โดยโครงการนี้คณะกรรมการอีอีซียืนยันพร้อมสนับสนุนเนื่องจากเล็งเห็นว่าจะสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจให้พื้นที่ระยองได้อย่างมาก จึงเป็นอีกหนึ่งความฝันและความหวังของชาวระยอง โดยปี 2564 จะได้เห็นความคืบหน้าการออกแบบได้ไม่น้อยกว่า 80% ส่วนพื้นที่ที่ตกผลึกแล้วคงจะเร่งออกแบบรายละเอียดได้รวดเร็วขึ้น มีการออกแบบก่อสร้าง ประมาณราคา การปรับภูมิทัศน์ในจุดที่ไม่มีปัญหาใดๆ ให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องเคาะความชัดเจนได้ต่อไป”

ด้านนายฉัตรนุชัย สมบัติศรี ปลัดเทศบาลนครระยอง ในฐานะคณะกรรมการตรวจรับโครงการออกแบบถนนเฉลิมบูรพาชลทิศระยะที่ 2 ของจังหวัดระยอง กล่าวว่า ปัจจุบันสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดระยองร่วมกับกลุ่มที่ปรึกษาโครงการ ได้แก่ มหาวิทยาลัยบูรพา เร่งทำการออกแบบรูปแบบแนวคิดเบื้องต้น “สะพานข้ามปากแม่น้ำระยองแหลมเจริญ” ตามโครงการถนนเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเลียบชายฝั่งทะเลตะวันออก “เฉลิมบูรพาชลทิศ” ระยะที่ 2 เพื่อให้เป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของเมืองระยอง

โดยรายละเอียดจะเป็นการออกแบบแยกเลนรถยนต์กับรถจักรยานและทางเดินเท้าออกจากกัน ดังนั้นจึงจอดรถยนต์บนสะพานไม่ได้ เพื่อความปลอดภัย แต่ประชาชนสามารถขึ้นไปชมวิวได้ทั้งสองฝั่ง

สำหรับการขับเคลื่อนโครงการดังกล่าวจัดเป็นอีกหนึ่งโครงการที่จะเร่งฟื้นเศรษฐกิจของจังหวัดระยอง โดยโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดระยองเป็นเจ้าภาพโครงการ แนวเส้นทางโครงการจะต่อยอดจากเส้นทางแผนการพัฒนาเลียบชายฝั่งทะเลตะวันออก ถนนเฉลิมบูรพาชลทิศระยะที่ 1 เริ่มจากช่วงอนุสาวรีย์สุนทรภู่ แหลมแม่พิมพ์ สวนสน บ้านเพ เขาแหลมหญ้า หาดแม่รำพึง หาดแสงจันทร์ หาดทรายทอง หาดน้ำริน ไปสิ้นสุดที่สนามบินอู่ตะเภา เชื่อมกับมอเตอร์เวย์ ผ่านสามอำเภอได้แก่ อำเภอแกลง อำเภอเมือง และอำเภอบ้านฉาง รวมระยะทางประมาณ 100 กม. โดยตามภาพที่นำเสนอในข่าวเป็นเพียงจุดสะพานข้ามปากแม่น้ำระยอง แหลมเจริญเท่านั้น ซึ่งเป็นจุดใหญ่ที่สุดของโครงการในช่วงเส้นทางนี้

“คาดว่าเมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จจะส่งผลบวกต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวในพื้นที่และตามแนวเส้นทาง ให้เกิดเป็นเส้นทางท่องเที่ยวแห่งใหม่ที่สวยงามทางธรรมชาติ ได้มาตรฐานระดับโลก มีทั้งพื้นที่ก่อสร้างสะพาน ถนนตามแนวชายฝั่งทะเล และการปรับภูมิทัศน์ประมาณ 11 จุด”

ปลัดเทศบาลนครระยองกล่าวต่อว่า เมื่อออกแบบแล้วเสร็จจะเสนอของบประมาณปี 2566 ไปดำเนินการ ส่วนการก่อสร้างโครงการจะมีเจ้าภาพดำเนินการจากหลายหน่วย ไม่ว่าจะเป็นกรมทางหลวงชนบทสร้างถนนในสายทางยาว และก่อสร้างสะพานขนาดใหญ่ ส่วนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่จะรับผิดชอบกรณีปรับภูมิทัศน์ในบางจุด เพื่อกระจายงบประมาณ

“โครงการนี้ใช้งบหลายพันล้านบาท อาจจะแบ่งเฟสดำเนินการ เนื่องจากเป็นโครงการขนาดใหญ่ ออกแบบเสร็จกลางปี 2564 เพื่อเสนอของบประมาณปี 2566 ไปดำเนินการเวนคืนและก่อสร้าง ต่อเนื่องปี 2567-2568 มีการศึกษาด้านผลกระทบสิ่งแวดล้อม(EIA) บางจุดอาจจะต้องดำเนินการขอเวนคืนพื้นที่เพื่อให้ก่อสร้างเส้นทางได้ต่อเนื่องเชื่อมโยงถึงทุกพื้นที่จริงๆ ดังนั้นเมื่อเปิดรับฟังความเห็นจึงเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องได้ออกมาแสดงความเห็นกันอย่างทั่วถึง”