บิ๊กตู่เปิดรถไฟฟ้า-เรือไฟฟ้าทิ้งทวนปี 63

นายกรัฐมนตรีเดินหน้าเติมเต็มโครงข่ายรถไฟฟ้า ดีเดย์ 15 ธ.ค.นำครม.ทดลองนั่งรถไฟฟ้าสายสีแดง บางซื่อ-รังสิต ข้ามวัน 16 ธ.ค.มีคิวเดินสายแตะบัตรโดยสารเปิดบีทีเอสเชื่อม 3 จังหวัดพร้อมเปิดรถไฟฟ้าสายสีทอง บูมโซนฝั่งธนบุรี ก่อนปิดจ็อบ 22 ธ.ค.เปิดเรือไฟฟ้า-ท่าเรืออัจฉริยะ ให้บริการในแม่น้ำเจ้าพระยา ด้านบีทีเอสมีลุ้นครม.เคาะต่อสัมปทานเสร็จในธ.ค.นี้

วันนี้ (15 ธ.ค. 63) เวลา 14.00 น. ณ สถานีกลางบางซื่อ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีพร้อมคณะรัฐมนตรี (ครม.) และคณะผู้บริหารกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่เยี่ยมชมสถานีกลางบางซื่อ พร้อมรับฟังแผนการพัฒนาที่ดินบริเวณรอบสถานีกลางบางซื่อ และทดลองเดินขบวนรถไฟฟ้าสายสีแดง ระหว่างสถานีกลางบางซื่อ – สถานีรังสิต โดยมีนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และนายนิรุฒ มณีพันธ์ ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.)ให้การต้อนรับและนำเยี่ยมชมโครงการฯ

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลได้กำหนดแผนยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2561 – 2580) โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ระบบคมนาคมขนส่งทางราง” ซึ่งเป็นรูปแบบการเดินทางขนส่งที่มีประสิทธิภาพ ช่วยเชื่อมโยงทุกภูมิภาคทั่วประเทศ ช่วยเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ รัฐบาลจึงได้ส่งเสริม ติดตาม และมุ่งมั่นผลักดันเพื่อให้ระบบคมนาคมขนส่งทางรางเป็นรูปแบบการเดินทางหลักของประเทศ ที่ผ่านมารัฐบาลได้เร่งพัฒนาระบบคมนาคมทางรางอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่โครงการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนในเขตกรุงเทพมหานคร โครงการรถไฟทางคู่ทั่วประเทศ รวมถึงพัฒนาโครงข่ายรถไฟความเร็วสูง ช่วงกรุงเทพมหานคร – นครราชสีมา และรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน เพื่อเชื่อมต่อภูมิภาคของประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้านในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง เป็นต้น

สำหรับสถานีกลางบางซื่อ ศูนย์กลางการคมนาคมและการขนส่งทางรางที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ นอกจากจะเป็นศูนย์กลางการเดินทางระบบรางแล้วนั้น ยังมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาประเทศ ก่อให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจ ส่งเสริมโอกาสด้านการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว รวมถึงสนับสนุนการขยายตัวของเมืองและพื้นที่เศรษฐกิจตลอดแนวเส้นทาง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พื้นที่ย่านบางซื่อของการรถไฟฯ ซึ่งได้มีแผนพัฒนาพื้นที่บริเวณนี้ควบคู่ไปกับสถานีกลางบางซื่อ ในระยะยาว จะช่วยขับเคลื่อนให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางด้านการคมนาคมและการขนส่งทางรางที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน เสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันทางด้านเศรษฐกิจ และยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนควบคู่กันไปอย่างยั่งยืน นับเป็นก้าวย่างสำคัญในหน้าประวัติศาสตร์ของการพัฒนาระบบรางและการพัฒนาประเทศตามเป้าหมายและยุทธศาสตร์ของรัฐบาลที่วางไว้

ด้าน นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ตามที่ทางรัฐบาลได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งเพื่อรองรับการเดินทางของประชาชนที่มีประสิทธิภาพ และแก้ไขปัญหาด้านการจราจร โดยการเชื่อมโยงระบบคมนาคมขนส่งให้มีความต่อเนื่องกันทั้งระบบ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีศูนย์กลางการคมนาคมที่จะเชื่อมต่อการเดินทางจากใจกลางกรุงเทพมหานคร สู่ปริมณฑล รวมถึงเชื่อมโยงต่อไปยังทุกภูมิภาคทั่วประเทศ

สถานีกลางบางซื่อแห่งนี้จะเป็นศูนย์กลางการคมนาคมและการขนส่งทางรางที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ และมีมาตรฐานเทียบเท่าสถานีรถไฟชั้นนำของโลก ในการออกแบบสิ่งอำนวยความสะดวกให้กับผู้โดยสารและทุกคนตามหลักอารยสถาปัตย์ สามารถเปลี่ยนถ่ายการเดินทางจากระบบราง ทั้งรถไฟทางไกล รถไฟความเร็วสูง รถไฟฟ้าเชื่อมสนามบิน และยังเชื่อมต่อการเดินทางของระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนในเขตเมือง และระบบขนส่งรูปแบบอื่น ๆ อาทิ รถสาธารณะ รถโดยสารประจำทาง รถโดยสาร บขส. รถแท็กชี่ ได้ครบครัน รวมถึงการพัฒนาพื้นที่โดยรอบ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มในเชิงพาณิชย์ กระทรวงคมนาคมได้มอบหมายให้การรถไฟฯ จัดทำแผนพัฒนาพื้นที่โดยรอบสถานีกลางบางซื่อควบคู่ไปกับการพัฒนาระบบราง เพื่อให้เป็นศูนย์กลางการเดินทางและธุรกิจแห่งภูมิภาคอาเซียน ด้วยการสร้างมูลค่าเพิ่มและพัฒนาเมืองในรูปแบบใหม่ เพื่อให้เกิดการกระตุ้นและขยายธุรกิจและเศรษฐกิจในพื้นที ส่งเสริมให้เกิดการกระจายโอกาสในด้านต่าง ๆ สู่ประชาชน ทั้งในด้านของการสร้างงาน สร้างอาชีพ ยกระดับคุณภาพชีวิต ซึ่งเป็นเป้าหมายที่กระทรวงคมนาคมได้ดำเนินการในการมุ่งพัฒนาประเทศอย่างบูรณาการ

นายนิรุฒ มณีพันธ์ ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ปัจจุบันงานก่อสร้างสถานีกลางบางซื่อ ศูนย์ซ่อมบำรุงรถไฟชานเมือง และงานก่อสถานีรถไฟสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-รังสิต และช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชัน จำนวน 13 สถานี และงานก่อสร้างถนนเลียบทางรถไฟ ดำเนินการก่อสร้างงานโยธาแล้วเสร็จ คงเหลืองานระบบไฟฟ้าและเครื่องกล รวมจัดหาตู้รถไฟฟ้าสำหรับช่วงบางซื่อ-รังสิต และช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชัน ประกอบด้วยงานระบบราง ระบบควบคุมการเดินรถและระบบอาณัติสัญญาณ ระบบโทรคมนาคม ระบบจำหน่ายตั๋วโดยสาร อุปกรณ์สำหรับศูนย์ซ่อมบำรุง ระบบรักษาความปลอดภัย สถานีไฟฟ้าย่อยและหม้อแปลงไฟฟ้า ระบบขับเคลื่อนรถไฟฟ้า และระบบอื่น ๆ งานจัดหาตู้รถไฟฟ้ารวมถึงการจัดเตรียมอบรมบุคลากรในการบริหารและซ่อมบำรุงระบบรถไฟฟ้า มีความก้าวหน้าร้อยละ 89.10 โดยคาดว่าจะทดสอบการเดินรถเสมือนจริง แล้วเสร็จเดือนมีนาคม 2564 จากนั้นจึงจะเปิดให้ประชาชนได้ทดลองใช้บริการในเดือนกรกฎาคม 2564 และเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ในเดือนพฤศจิกายน 2564

เปิดบีทีเอส-สายสีทอง

ด้านฝ่ายประชาสัมพันธ์กรุงเทพมหานคร(กทม.) แจ้งว่า ในวันที่ 16 ธันวาคม 2563 เวลา 09.00 น. นายกรัฐมนตรีจะเดินทางมาเปิดรถไฟฟ้าสายสีเขียวช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต ณ บริเวณสถานีคูคต ถนนลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี ซึ่งจะเป็นเส้นทางสายแรกที่เชื่อมถึงกัน 3 จังหวัดคือ สมุทรปราการ กรุงเทพมหานคร และปทุมธานี ช่วงตั้งแต่สถานีการเคหะถึงสถานีคูคตได้อย่างลงตัว

หลังจากนั้นเวลาประมาณ 09.30 น.จะใช้บริการรถไฟฟ้าสายสีเขียวเดินทางไปยังสถานีกรุงธนบุรีเพื่อทำพิธีเปิดให้บริการเดินรถสายสีทองอย่างเป็นทางการ ด้วยการแตะบัตรผ่านเข้าประตูระบบตั๋วโดยสารอัตโนมัติเพื่อเป็นสัญลักษณ์การเข้าใช้บริการเป็นครั้งแรกพร้อมเข้าใช้บริการรถไฟฟ้าสายสีทองที่เชื่อมจากสถานีกรุงธนบุรี ผ่านสถานีคลองสาน ไปสิ้นสุดที่สถานีเจริญนคร

บีทีเอสปรับรูปแบบการเดินรถวิ่งยาวถึงสถานีคูคต

ฝ่ายสื่อสารองค์กรบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) แจ้งว่า จะปรับรูปแบบการเดินรถไฟฟ้าเพื่อรองรับเส้นทางส่วนต่อขยายใหม่สายสีเขียวเหนือ ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต​ เพิ่มอีก 7 สถานี ได้แก่ สถานีพหลโยธิน 59 สถานีสายหยุด สถานีสะพานใหม่ สถานีโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช สถานีพิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศ สถานีแยก คปอ. และสถานีคูคต ตั้งแต่วันที่ 16 ธันวาคม 2563 เวลา 13.00 น. เป็นต้นไป

โดยจะจัดรูปแบบการเดินรถ และแบ่งระยะเวลาการให้บริการเป็น 2 ช่วงหลักดังนี้

1. ช่วงเวลาเร่งด่วนเช้า ตั้งแต่เวลา 07.00 – 09.00 น. และช่วงเวลาเร่งด่วนเย็น ตั้งแต่เวลา 16.30 – 20.00 น. ในวันจันทร์-ศุกร์ การให้บริการระหว่างสถานีหมอชิต (N8) ถึงสถานีสำโรง (E15) จะมีความถี่ระหว่างขบวน 2 นาที 40 วินาที ทั้งนี้ ผู้โดยสารสามารถสังเกตจากป้ายด้านหน้า และด้านข้างขบวนรถ เสียงประกาศบนชั้นชานชาลา ในขบวนรถ และจอประกาศบนสถานี

2. ช่วงนอกเวลาเร่งด่วนในวันจันทร์-ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 09.00 – 16.30 น. และเวลา 20.00 น. จนถึงเวลาปิดให้บริการ ในวันเสาร์ และวันอาทิตย์ วันหยุดนักขัตฤกษ์ รถทุกขบวนจะวิ่งตั้งแต่สถานีเคหะฯ ถึงสถานีคูคต โดยจะมีความถี่ 6 นาที 30 วินาที

ส่วนการเดินรถไฟฟ้าสายสีลมนั้น รูปแบบและความถี่ในการเดินรถยังคงเหมือนเดิม โดยช่วงเวลาเร่งด่วนเช้าและเย็น จะมีความถี่ของการเดินรถ 3 นาที 45 วินาที

​สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์บีทีเอส โทรศัพท์ 0 2 – 617- 6000 Line official: @btsskytrain หรือเช็กสถานะการเดินรถได้ที่ Application ‘BTS SkyTrain’ และ Facebook Page: รถไฟฟ้าบีทีเอส

ดีเดย์ 22 ธค. เปิดท่าเรืออัจฉริยะ

ทั้งนี้เมื่อวันจันทร์ที่ 14 ธันวาคม 2563 ที่ผ่านมานายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานในการประชุมเตรียมความพร้อมพิธีเปิดการเดินเรือไฟฟ้าในแม่น้ำเจ้าพระยา พร้อมตรวจความพร้อมท่าเทียบเรือสะพานพุทธ โดยมี นายวิทยา ยาม่วง อธิบดีกรมเจ้าท่า พร้อมด้วยผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กรมเจ้าท่า เข้าร่วมประชุมฯ ณ ห้องประชุมบุญเลื่อน กรมเจ้าท่า

นายอธิรัฐ กล่าวว่า สำหรับการประชุมดังกล่าวเป็นการซักซ้อม เตรียมพร้อมในการจัดกิจกรรมพิธีเปิดตัวเรือไฟฟ้าในแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธานในพิธีเปิด ในวันอังคารที่ 22 ธันวาคม 2563 ณ ท่าเรือ แคท ทาวเวอร์ กสท.บางรัก – ท่าเทียบเรือสะพานพุทธ ในเวลา 14.30 – 17.00 น. พร้อมกันนี้นายกรัฐมนตรีได้ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดท่าเทียบเรือสะพานพุทธ พร้อมเยี่ยมชมท่าเทียบเรือสะพานพุทธ ซึ่งจะเป็นโครงการนำร่องพัฒนาท่าเรืออัจฉริยะ (Smart Pier) ที่จะมีสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิ เครื่องจำหน่ายบัตรโดยสารอัตโนมัติ ป้ายอัจฉริยะแจ้งเวลาเรือเข้าเทียบท่า ระบบโซล่าเซลล์ไฟส่องสว่างภายนอกอาคาร ฯลฯ

โดยเป็นการร่วมมือกันระหว่างกรมเจ้าท่า และบริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) ที่ได้นำยานยนต์ไฟฟ้าซึ่งได้รับรางวัลนวัตกรรมแห่งชาติ ปี พ.ศ.2563 มาเริ่มให้บริการในระบบขนส่งมวลชน พร้อมการพัฒนาการคมนาคมขนส่งทางน้ำ ตามเป้าหมายเพื่อความยั่งยืน (Sustainable Development Goals :SDGs ) ทั้งนี้ เพื่อเป็นการยกระดับเรือโดยสารและท่าเรือให้ทันสมัย ปลอดภัยและสะดวก ไร้มลพิษและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม พร้อมเป็นของขวัญปีใหม่ 2564 ที่ยั่งยืนให้กับประชาชนอีกด้วย

ด้านนายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BTSC กล่าวว่าคาดว่าคณะรัฐมนตรี(ครม.)จะนำเรื่องการต่อสัญญาสัมปทานเข้าสู่การพิจารณาช่วงปลายเดือนธันวาคม 2563 นี้เพื่อจะได้แสดงความชัดเจนในเรื่องการจัดเก็บอัตราค่าโดยสารของรถไฟฟ้าสายสีเขียวซึ่งเปิดเต็มเส้นทางจากสถานีเคหะในเขตพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการเชื่อมถึงสถานีคูคตในเขตพื้นที่จังหวัดปทุมธานีซึ่งผลการเจรจาของคณะกรรมการได้มีมติให้มีการจัดเก็บค่าโดยสารทั้งเส้นทาง 65 บาท และการเปิดให้บริการรถไฟฟ้าสายสีเขียวในส่วนต่อขยายทางกรุงเทพมหานครได้ขยายช่วงเวลาไปสิ้นสุดในวันที่ 31 ธันวาคม 2563 นี้ ส่วนการจัดเก็บอัตราค่าโดยสารใหม่จะเริ่มเมื่อไหร่ ราคาเท่าไหร่นั้นคงต้องรอมติครม.ชัดเจนอีกครั้งในเร็วๆนี้