ทุนไทย-เทศ แห่หนุน “คลองไทย”

เมื่อวันพุธที่ 3 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 15.00 น. ณ ห้องประชุมกรรมาธิการ 409 ชั้น 4 อาคารรัฐสภา คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการขุดคลองไทยและการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้สภาผู้แทนราษฎร โดย พล.ต.ทรงกลด ทิพย์รัตน์ ประธานกรรมาธิการวิสามัญและคณะกรรมาธิการ ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ ว่าด้วย “ความร่วมมือด้านการศึกษาวิจัยและการเผยแพร่ผลการศึกษาการขุดคลองไทยและการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้” กับภาคเอกชน จำนวน 10 บริษัท ทั้งในประเทศและต่างประเทศ มีรายชื่อดังนี้
1. บริษัท กรีนไทย คอนสตรัคชั่น จำกัด
2. บริษัท คิงส์แลนด์ (ประเทศไทย) จำกัด
3. บริษัท เคนเบอร์ จีโอเทคนิค (ไทยแลนด์) จำกัด
4. บริษัท จีไอซี แคปปิตอล (ประเทศไทย) จำกัด
5. บริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) จำกัด
6. บริษัท ตาปี แทรคเตอร์ จำกัด
7. บริษัท เพาเวอร์ไลน์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด
8. บริษัท เมอริทซ์ พับบลิซิตี้ จำกัด
9. บริษัท แอดว้านซ์ ซีวิล กรุ๊ป จำกัด
10. บริษัท สุวรรณภูมิ ซิตี้ จำกัด

วัตถุประสงค์เพื่อจะร่วมกันศึกษาและเผยแพร่ข้อมูล ข่าวสาร ความคืบหน้าของโครงการให้เป็นที่ประจักษ์ต่อประชาชนในประเทศและชาวต่างประเทศทั่วโลก รวมถึงสร้างความสัมพันธ์อันดีต่อกันให้เป็นคลองสันติภาพที่จะนำพาความเจริญมาสู่ภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นผลประโยชน์โดยตรงต่อพี่น้องประชาชนชาวไทย ให้มีรายได้ประชาชาติเพิ่มมากขึ้น มีสวัสดิการภาครัฐที่ดี มีเม็ดเงินที่จะมาแก้ไขสถานการณ์ปัญหาความทุกข์ยากของประชาชนให้กินอิ่ม นอนหลับ โดยเฉพาะในสภาวะที่ทั่วโลกต้องเผชิญกับการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 รัฐบาลกู้เงินมาเพื่อเยียวยาความเดือดร้อนของประชาชนทุกภาคส่วน ซึ่งเป็นการซ้ำเติมกองหนี้สาธารณะที่ติดลบมากกว่า 7.7 ล้านล้านบาท

พล.ต.ทรงกลด กล่าวว่า เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2564 ได้ลงนามความร่วมมือกับบริษัท จงหนานไห่ จำกัด ไปเรียบร้อยแล้ว หลังจากนี้ผลการศึกษาทั้งหมดนี้ได้จัดทำเป็นรูปเล่มของรายงาน เพื่อนำเสนอต่อท่านประธานรัฐสภาได้บรรจุในวาระเพื่อให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาลงมติเห็นชอบ หรือให้คำแนะนำอย่างอื่น เพื่อจะนำเสนอต่อรัฐบาลในโอกาสต่อไป

“โล่งใจแล้วเพราะคณะกรรมาธิการทั้ง 49 ท่านได้เห็นชอบโครงการครบทุกคน โดยหลังจากนี้จะเร่งนำเสนอราชงานต่อสภาผู้แทนราษฏรเพื่อส่งต่อให้รัฐบาลพิจารณาเร่งดำเนินการโดยเร็วต่อไป ส่วนจะช้าหรือเร็วอยู่ที่รัฐสภา ณ วันนี้จึงเป็นการยืนยันความเชื่อมั่นด้านการลงทุนของกลุ่มทุนทั้งในและต่างประเทศให้รัฐสภาและรัฐบาลเห็นชัดเจนแล้วว่าพร้อมสนับสนุนโครงการ ส่วนรายอื่นที่มีความประสงค์จะเข้ามาร่วมสนับสนุนสามารถแจ้งความประสงค์ได้อย่างต่อเนื่อง”

พล.ต.ทรงกลดกล่าวอีกว่า สำหรับโครงการดังกล่าวนี้คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการขุดคลองไทยฯ ได้ทำการศึกษาทุกมิติ ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน มาร่วมประชุมให้ข้อมูล ไม่ว่าจะเรื่องพื้นที่แนวคลอง ผลกระทบที่จะมีต่อชาวบ้านในพื้นที่ การชดเชย การเวนคืน สวัสดิการและสิทธิประโยชน์ที่ชาวบ้านจะได้รับ ในฐานะเป็นผู้เสียสละคืนพื้นที่ให้เกิดโครงการที่เป็นประโยชน์อย่างมากต่อทุกคนในประเทศ เรื่องเศรษฐกิจในภาคใต้ และผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม การเมืองและความมั่นคง

ด้านนายสิทธิพล เจริญขจรกุล ประธานกรรมการบริษัทสุวรรณภูมิซิตี้ จำกัด กล่าวว่า ในนามที่ปรึกษาโครงการของคณะกรรมาธิการฯคลองไทย รู้สึกปลื้มใจที่ได้เข้ามามีส่วนร่วมให้โครงการคลองไทยแจ้งเกิดได้ เพราะเล็งเห็นว่าคลองไทยเป็นสิ่งสำคัญที่สุดของโลก ช่วยลดโลกร้อน ช่วยประหยัดน้ำมันปีละหลายล้านลิตร ประการสำคัญประเทศไทยสามารถสร้างเมืองใหม่ได้อย่างสมบูรณ์แบบทันสมัยจริงๆ ในโครงการนี้

“วันนี้จึงเป็นนิมิตรหมายที่ดีที่มีทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศให้ความสนใจพร้อมสนับสนุนโครงการและชี้ให้เห็นว่าโครงการคลองไทยมีความสำคัญต่อประเทศไทย คนไทยและของโลก และผมเชื่อว่าคนทั่วโลกพร้อมจะให้การสนับสนุนโครงการคลองไทยในครั้งนี้ด้วย”