ทช.เร่งเวนคืนถ.สายร่วมพัฒนา-ทล.34 เสริมโลจิสติกส์รอบสนามบินสุวรรณภูมิ

กรมทางหลวงชนบท สำรวจออกแบบถนนสายร่วมพัฒนา – ทล.34 จ.สมุทรปราการ
มุ่งเสริมเศรษฐกิจการขนส่งบริเวณโดยรอบสนามบินสุวรรณภูมิ แบ่งเบาจราจรสายหลักเพื่อความสะดวกรวดเร็วและปลอดภัยของประชาชน คาดว่าจะใช้งบประมาณในการเวนคืนที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ประมาณ 1,905 ล้านบาท มีพื้นที่ที่ถูกเวนคืนประมาณ 547 ไร่ (413 แปลง) มีอาคารสิ่งปลูกสร้างที่จะถูกเวนคืนประมาณ 360 แปลง

นายปฐม เฉลยวาเรศ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท กล่าวว่า กรมทางหลวงชนบท (ทช.) เร่งดำเนินการสำรวจและออกแบบถนนสนับสนุนยุทธศาสตร์โลจิสติกส์ถนนสายร่วมพัฒนา – ถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 34 จังหวัดสมุทรปราการ (A8) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งบริเวณโดยรอบท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เชื่อมโยงโครงข่ายและรองรับการเจริญเติบโตในพื้นที่กรุงเทพมหานครและจังหวัดสมุทรปราการ สอดรับกับนโยบายของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

โดยจากแผนพัฒนาที่ดินบริเวณรอบท่าอากาศยานสุวรรณภูมิในแนวเหนือ – ใต้ เพื่อสนับสนุนการขนส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ที่เกิดขึ้นบริเวณพื้นที่โดยรอบท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ส่งเสริมเศรษฐกิจการขนส่งทางอากาศมากยิ่งขึ้น รวมถึงเพื่อให้ประชาชนสามารถเดินทางได้อย่างสะดวกปลอดภัยและบรรเทาปริมาณการจราจรบนถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 34 ซึ่งเป็นเส้นทางไปสู่ศูนย์ขนส่งกระจายสินค้าในบริเวณเขตลาดกระบังและท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

ทช.จึงได้ดำเนินการสำรวจออกแบบถนนสายร่วมพัฒนา – ถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 34 จังหวัดสมุทรปราการ (A8) โดยจะก่อสร้างเป็นถนนใหม่ ผิวจราจรแบบลาดยางแอสฟัลติกคอนกรีต ขนาด 6 ช่องจราจร มีเขตทางกว้าง 40 เมตร พร้อมไหล่ทาง ทางเท้า และเกาะกลาง ซึ่งเส้นทางจะแยกจากถนนร่วมพัฒนา ประมาณกม.ที่ 5+200 ด้านขวาทางตัดข้ามทางรถไฟสายตะวันออก ประมาณ กม.ที่ 40+500 ตรงข้ามถนนทางหลวงชนบทสายเทพราช – ลาดกระบัง จากนั้นตรงไปข้ามทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองสายกรุงเทพ – ชลบุรี บริเวณ กม.ที่ 25+700 จนไปบรรจบกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 34 กม.ที่ 23+400 ด้านซ้ายทางบริเวณตรงข้ามถนนเมืองใหม่บางพลี รวมระยะทางประมาณ 19 กิโลเมตร

ปัจจุบันโครงการดังกล่าวได้ดำเนินการสำรวจออกแบบเสร็จสมบูรณ์ ขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดทำร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินที่จะเวนคืน ทั้งนี้ คาดว่าจะใช้งบประมาณในการเวนคืนที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ประมาณ 1,905 ล้านบาท ซึ่งจะมีพื้นที่ที่ถูกเวนคืนประมาณ 547 ไร่ (413 แปลง), อาคารสิ่งปลูกสร้างที่จะถูกเวนคืนประมาณ 360 แปลง

นอกจากนี้ เพื่อให้โครงการดังกล่าวสอดคล้องกับความต้องการของประชาชนให้มากที่สุด ที่ผ่านมา ทช.ได้จัดให้มีการประชุมรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมภาคประชาชนให้แก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้นำชุมชนผู้แทนกลุ่มต่าง ๆ จำนวน 3 ครั้ง ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่เห็นด้วยและต้องการให้โครงการนี้เกิดขึ้นโดยเร็ว