คมนาคมผนึกก.เกษตรฯ ยกระดับโลจิสติกส์สินค้าเกษตรere

กระทรวงคมนาคม จับมือกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เร่งผลักดันโครงการช่องทางพิเศษสำหรับสินค้าเน่าเสียง่าย (Perishable Premium Lane : PPL) พัฒนาระบบโลจิสติกส์ด้านการเกษตรยกระดับมาตรฐานการตรวจสอบสินค้าเกษตร เพิ่มมูลค่าการส่งออก พืช ผัก ผลไม้ ออกสู่ตลาดโลก มอบสนข. เร่งจัดทำรายละเอียด MOU ให้แล้วเสร็จ สามารถลงนามได้ภายในเดือนพ.ย.64

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมติดตามการดำเนินงานตามนโยบายและงานสำคัญของกระทรวงคมนาคม เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2564 ผ่านการประชุมทางไกล (Video Conference) ด้วยระบบ Zoom Cloud Meetings ว่าที่ประชุมได้รับทราบความก้าวหน้าผลการดำเนินโครงการช่องทางพิเศษสำหรับสินค้าเน่าเสียง่าย (Perishable Premium Lane : PPL) ของบริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. เพื่อเป็นศูนย์ตรวจสอบคุณภาพสินค้าการเกษตรก่อนส่งออกไปยังประเทศปลายทางได้อย่างมีมาตรฐานสากล

ในระยะแรกจะดำเนินการจัดตั้ง “สถานที่สำหรับเตรียมสินค้าเกษตร สินค้าเน่าเสียง่าย และตรวจสอบคุณภาพสินค้าก่อนส่งออกต่อไปในอนาคตผ่านทางช่องทางพิเศษ” (Perishable Premium Lane) ขณะนี้อยู่ระหว่างการปรับปรุงสถานที่ให้บริการ บริเวณอาคารคลังสินค้า 4 (WH4) อยู่ภายในเขตปลอดอากรท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) โดยดำเนินงานผ่านบริษัทจำกัดในนาม บริษัท ท่าอากาศยานไทย ทาฟ่า โอเปอเรเตอร์ จำกัด (AOT TAFA Operator Co.,Ltd : AOTTO) ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง ทอท. และ บริษัท ทาฟ่า คอนซอร์เที่ยม จำกัด

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้มีการพิจารณารายละเอียดของการจัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่างกระทรวงคมนาคม โดย ทอท. และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมวิชาการเกษตร เกี่ยวกับแผนการดำเนินงานในระยะยาวของโครงการจัดตั้งศูนย์ตรวจสอบคุณภาพสินค้าเกษตรก่อนส่งออก (Pre-shipment Inspection Center) เพื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่างทั้งสองกระทรวงในการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ด้านการเกษตร และการจัดตั้งศูนย์ตรวจสอบคุณภาพและมาตรฐานสินค้าเกษตรก่อนส่งออกทางอากาศไปยังประเทศปลายทางได้อย่างมีมาตรฐานสากล และเป็นการยกระดับมาตรฐานการตรวจสอบสินค้าเกษตรให้แก่ผู้ส่งออกและเกษตรกรไทย รวมทั้งยังเป็นการสนับสนุนการส่งออกสินค้าภาคเกษตรเพิ่มมูลค่าประเภท พืช ผัก ผลไม้ ไปสู่ตลาดต่างประเทศ อันจะเป็นประโยชน์ในการส่งเสริมการขนส่งสินค้าทางอากาศและระบบโลจิสติกส์ในภาพรวมของประเทศ โดยในระยะแรกจะเริ่มที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และจะขยายต่อไปยังท่าอากาศยานอื่น ๆ ในอนาคต

กระทรวงคมนาคมและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะร่วมมือกันในเรื่องต่าง ๆ ดังต่อไปนี้
1. ร่วมกันพัฒนาระบบโลจิสติกส์ด้านการเกษตรให้มีประสิทธิภาพและมาตรฐานสูงขึ้น
2. ร่วมกันวางระบบการตรวจสอบคุณภาพและมาตรฐานสินค้าเกษตรก่อนบรรทุกขึ้นเครื่องบิน (pre-shipment inspection) เพื่อขนส่งไปยังประเทศปลายทาง
3. ร่วมกันผลักดันและโน้มน้าวให้ประเทศคู่ค้าตระหนักถึงประโยชน์ของการตรวจสอบสินค้าเกษตรก่อนบรรทุกขึ้นเครื่องบิน
4. ร่วมกันผลักดันและโน้มน้าวให้ประเทศคู่ค้าส่งเจ้าหน้าที่หรือบุคลากรหรือหน่วยงานที่ได้รับความไว้วางใจมาตรวจสอบสินค้าเกษตร ณ ท่าอากาศยานของไทยก่อนบรรทุกขึ้นเครื่องบินไปยังประเทศปลายทาง
5. จัดตั้งคณะทำงานหรือคณะเจรจาเพื่อติดต่อประสานงานกับประเทศต่าง ๆ หรือหน่วยงานหรือองค์กรระหว่างประเทศต่าง ๆ
6. ร่วมกันจัดสัมมนาหรือการฝึกอบรมให้แก่บุคลากรของทั้งสองฝ่าย หรือให้แก่บุคคลภายนอก รวมทั้งแลกเปลี่ยนข้อมูล ความรู้และประสบการณ์ระหว่างกัน
7. ร่วมกันพัฒนาระบบดิจิตอลหรือโซลูชั่นเพื่อเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างกัน และเพื่อประสานการทำงานของทั้งสองกระทรวงภายใต้ MOU ฉบับนี้ ให้เป็นหนึ่งเดียวกัน
8. จัดตั้งงบประมาณเชิงบูรณาการเพื่อดำเนินการต่าง ๆ ภายใต้ MOU ฉบับนี้
9. ดำเนินกิจกรรมร่วมกันในเรื่องอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

“ได้มีข้อสั่งการโดยมอบหมายให้สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร(สนข.) ร่วมกับ ทอท. เร่งจัดทำรายละเอียด MOU ระหว่างกระทรวงคมนาคม และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้แล้วเสร็จ เพื่อให้สามารถลงนามได้ภายในเดือนพฤศจิกายน 2564 รวมถึงจัดทำ Action Plan เพื่อให้การดำเนินงานเกิดความชัดเจน และสามารถมุ่งไปสู่การพัฒนาเป็นศูนย์ตรวจสอบและรับรองคุณภาพสินค้าก่อนส่งออก (Certified Hub) ในอนาคต ทั้งนี้จะมีการกำหนดการติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานดังกล่าวในเดือนพฤษภาคม 2565 ต่อไป” นายศักดิ์สยามฯ กล่าวตอนท้าย