จาก “ตลาดสด” สู่ “แคมป์ก่อสร้าง” ทุกขลาภโควิดของธุรกิจรับเหมา

วันที่ 25 มิถุนายน 2564 พลันที่รัฐบาลโดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี นั่งหัวโต๊ะประชุมพร้อมกับเหล่าทหารและหน่วยขึ้นตรง ได้มีคำสั่งล็อกดาวน์แคมป์ก่อสร้างทั่วกรุงเทพฯ-ปริมณฑลพร้อมอีก 4 จังหวัดภาคใต้นั้น ดูเหมือนว่าจะระส่ำระสายกันไปทั่วสำหรับคนในวงการรับเหมาก่อสร้างที่ต่างขนข้าวขนของหนีตายออกจากกรุงเทพฯหวังกลับไปตายเอาดาบหน้าถิ่นเกิดของแต่ละคน หรือแต่ละครอบครัวช่วงอย่างน้อย 30 วันที่มีคำสั่งครั้งนี้(หรืออาจจะมากกว่านั้น) แถมยังมีลุ้นอีกว่าหากวิกฤตโควิด-19 ยังไม่ซาอาจปิดต่อเนื่องอีกยาวถึงสิ้นปี

ทั้งนี้เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2564 ก็มีประกาศปิดพื้นที่เสี่ยงควบคุมโควิด-19 โดยราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ข้อกำหนด ออกตามความในมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (ฉบับที่ 25)

เป้าหมายเพื่อแก้ไขและระงับยับยั้งสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (นราธิวาส ปัตตานี ยะลา สงขลา) มีผลตั้งแต่ 28 มิ.ย. 64 เป็นต้นไป สาระสำคัญสรุปได้ดังนี้
1.ล็อกดาวน์ปิดแคมป์ก่อสร้าง 30 วัน เพื่อเข้าควบคุมและชะลอการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19
2.การจำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่ม ในร้านอาหารทั้งหมดให้เปิดดำเนินการเฉพาะการนำกลับไปบริโภคที่อื่นเท่านั้น
3. ห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้าคอมมูนิตี้มอลล์ ให้เปิดดำเนินการได้ถึงเวลา 21.00 น.โดยให้งดการให้บริการเพิ่มเติมในพื้นที่โรงมหรสพ โรงภาพยนตร์ สวนน้ำ พื้นที่นั่งรับประทานในศูนย์อาหาร และเพิ่มระยะห่างระหว่างบุคคลในพื้นที่พักคอย เพิ่มประสิทธิภาพของระบบหมุนเวียนอากาศ 
4. โรงแรม ศูนย์แสดงสินค้า ศูนย์ประชุมหรือสถานที่จัดนิทรรศการ ให้เปิดดำเนินการได้ตามเวลาปกติ โดยให้งดกิจกรรมจัดการประชุม การสัมมนา และการจัดเลี้ยง 
5. ห้ามการจัดกิจกรรมซึ่งมีกรรรวมกลุ่มของบุคคลที่มีจำนวนรวมกันมากกว่ายี่สิบคน เว้นแต่กรณีได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ 

กทม.เด้งรับปฏิบัติตามคำสั่งทันที

ทั้งนี้นางศิลปสวย ระวีแสงสูรย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร ได้มีหนังสือสั่งการทางวิทยุ (ด่วนที่สุด) ถึงผู้อำนวยการเขตทุกเขต ทั้ง 50 เขตในกรุงเทพฯ ความว่า ด้วยนายกรัฐมนตรีได้แถลงหลังจากการประชุมเมื่อวันที่ 25 มิ.ย. 64 ให้ปิดแคมป์คนงานก่อสร้างในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมถึง 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นเวลาอย่างน้อย 30 วัน ขึ้นกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)

ทั้งนี้เพื่อให้การป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดโรคฯ ในกลุ่มผู้ใช้แรงงานก่อสร้างในพื้นที่กรุงเทพมหานครเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ จึงให้สำนักงานเขตดำเนินการ ดังนี้

1. เร่งสื่อสารและสร้างความเข้าใจกับผู้ประกอบการที่มีแคมป์คนงานก่อสร้างทุกแห่งในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดฯ ตามที่ทางราชการกำหนด

2. งดการเคลื่อนย้ายแรงงาน เป็นเวลา 15 วัน โดยประสานหน่วยงานทหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อขอความร่วมมือในการปฏิบัติงานดังกล่าวโดยด่วน

3. ให้มีมาตรการตรวจสอบเข้มงวดกับแคมป์คนงานก่อสร้างในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการกำกับ ตักเตือน และสั่งให้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามที่ทางราชการกำหนด

ทั้งนี้ จะมีการประกาศข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2558 ให้ทราบอีกครั้งในโอกาสต่อไป

ตจว.เตรียมตั้งรับแพร่เชื้อโควิด-19

กรณีเหล่าแรงงานหนีตายเผ่นกลับต่างจังหวัดทำให้หลายคนเป็นห่วงว่าจะกลับไปแพร่เชื้อเพราะไม่มั่นใจว่าแรงงานเหล่านั้นได้ผ่านการตรวจหาเชื้อโควิด-19 แล้วหรือไม่ ได้รับการฉีดวัคซีนหรือไม่ แน่นอนว่าคนที่จะรับเต็มๆหากแรงงานติดเชื้อโควิด-19 เป็นตัวแพร่เชื้อในชุมชนหรือหมู่บ้านคือ อสม. และผู้ใหญ่บ้าน ต่อมาคือหมอ พยาบาลของโรงพยาบาลในพื้นที่ที่ปัจจุบันต่างทำหน้าที่รักษาผู้ป่วยหามรุ่งหามค่ำ หากแรงงานไม่แจ้งเข้าพื้นที่และไม่ให้ความร่วมมือในการกักตัวอยู่แต่ในบ้านของตนเอง ปัญหาเชื้อโควิด-19 ลุกลามคงไม่หมดไปแน่

แคมป์มาตรฐานแต่ “แรงงานเอ้าท์ซอส” มีเพียบ

เป็นที่ทราบกันดีว่า “แคมป์คนงาน” ไม่ใช่ที่พักอาศัยหลัก แรงงานหลายคนยังต้องออกไปพักอยู่อาศัยด้านนอกก็มีจำนวนมาก หลายแห่งที่เป็นโครงการก่อสร้างทั้งขนาดเล็ก ขนาดใหญ่ ล้วนทราบกันดีว่ามีทั้งแรงงานที่อยู่ในแคมป์และแรงงานที่มาจากชุมชนต่างๆ บางคนเป็นแรงงานรายวัน ประการสำคัญบางรายเป็นแรงงานต่างด้าว หรือแรงงานเถื่อนที่ลักลอบเข้ามาทำงาน ไม่มีที่พักเป็นหลักแหล่งซึ่งยากที่จะควบคุมได้ล้วนส่งผลดังที่เห็นทุกวันนี้

สิ่งสำคัญแรงงานมีมากที่ไหนตลาดสดจะเกิดขึ้นที่นั่น หรือเกิดขึ้นในรูปแบบรถเข็น เปิดท้ายขายของในรถกระบะเพราะบริการซื้อขายสินค้าไปประกอบอาหารประจำวันซึ่งนี่เป็นสาเหตุให้เชื้อโควิด-19 แพร่อย่างรวดเร็ว จากพ่อค้าแม่ค้าเพียงไม่กี่คนที่จับเงิน ทอนเงินจากธนบัตรหรือเหรียญซึ่งอาจมีเชื้อโควิด-19 ติดมาด้วยกระจายสู่คนอื่นๆได้อย่างง่ายดาย ลามเข้าสู่กลุ่มแรงงานในที่พักหรือที่บ้านพัก กว่าจะรู้ว่าติดเชื้อโควิดก็พบเชื้อกันทั้งบ้านภายในไม่กี่ชั่วโมง

ดังนั้นแนวทางหนึ่งคือเข้มมาตรการจากตลาดสดน่าจะช่วยบรรเทาการติดเชื้อลงไปได้บ้าง ไม่มากก็น้อย จากนั้นมาสู่ปฏิบัติการตรวจคัดกรองก่อนออกจากบ้าน ก่อนเข้าสถานที่ทำงาน หรือก่อนกลับบ้านพักอย่างเข้มงวด นอกจากนั้นยังให้ความสำคัญต่อการรับประทานอาหารร่วมกัน ใช้สิ่งของเครื่องใช้ร่วมกัน แม้กระทั่งการอาบน้ำควรเลี่ยงใช้ขันร่วมกัน หรือการทำความสะอาดจุดสัมผัสร่วมกันก่อนใช้งานทุกครั้งให้เป็นประจำขณะอยู่ในครอบครัวในช่วงวิกฤตินี้

สั่งล็อกดาวน์อย่างน้อย 30 วัน มีลุ้นว่าจะได้รับบริการฉีดวัคซีนหรือไม่??

แน่นอนว่าจนถึงขณะนี้รัฐบาลยังไม่สามารถให้ความชัดเจนได้ว่าแรงงานในแคมป์ที่โดนกักตัวจะได้รับบริการฉีดวัคซีนหรือไม่เพราะตั้งแต่เกิดคลัสเตอร์แคมป์คนงานรับทราบว่ายังไม่มีหน่วยไหนเข้าไปให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้แคมป์เหล่านั้นปลอดภัย 100% กว่า 400 แคมป์จึงมีความหวังที่เลือนลาง เนื่องจากรัฐไปให้ความสำคัญกับบางคนบางหน่วย ที่เป็นด่านหน้า แต่กลับโดนโควิด-19 แอบตีท้ายครัว อีกทั้งวัคซีนไม่พอจึงเป็นปัญหาต่อเนื่องจนลุกลามตราบเท่าทุกวันนี้ หลังจากนี้จะควบคุมอย่างไรเมื่อแรงงานแตกกระเจิงเพ่นกลับบ้านต่างจังหวัด จะตามกลับมาเข้าแคมป์หรือปล่อยให้แต่ละพื้นที่รับชะตากรรมเองอย่างนั้นหรือ??? น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง

รัฐการันตีหมดห่วงเรื่องค่าจ้าง-อาหาร

คำสั่งล็อกดาวน์ในครั้งนี้ดูเหมือนว่าจะล่าช้าจนได้เมื่อแรงงานหลายกลุ่มเพ่นกลับตจว.ไปแล้ว แต่สำหรับแรงงานที่ยังอยู่และนายจ้างรับรองจะมีมาตรการดูแลในช่วงที่ ‘ปิดแคมป์ก่อสร้าง’ โดยรัฐบาลจะดูแลอาหาร และมีมาตรการเยียวยาให้ร้อยละ 50 ของค่าจ้าง ซึ่งเป็นการชดเชยเยียวยากรณีว่างงานเพราะเหตุสุดวิสัย เนื่องจากถูกปิดตามคำสั่ง ศบค. ซึ่งในเบื้องต้นกระทรวงแรงงานจะทำรายการจ่ายเงินสดให้คนงานที่แคมป์ทุกๆ 5 วัน ตลอดช่วง 1 เดือน ตามรายชื่อที่นายจ้างรับรองวันต่อวัน ตลอดระยะเวลาที่มีการปิดแคมป์จะมีระบบตรวจสอบว่าแรงงานที่จะได้รับการเยียวยานั้น จะต้องอยู่ในแคมป์จริงๆ

สธ.รับปากจ่ายเงินพิเศษให้หมอ-พยาบาล ยังเงียบ

รอบแรกหมอ พยาบาล ผู้ทำหน้าที่ดูแลผู้ป่วยโควิด-19 ยังพอมีขวัญกำลังใจจากเงินพิเศษที่กระทรวงสาธารณสุขมอบให้ใช้ดูแลครอบครัวช่วงวิกฤติ แต่เมื่อเข้าวิกฤติรอบ 2 รอบ 3 หน่วยงานเจ้าของเงินกลับเงียบสนิท ไร้วี่แววว่าจะยังจ่ายเงินพิเศษนั้นหรือไม่ จนถึงบัดนี้ยังไม่ได้รับกันทั่วประเทศ แถมยังพบอีกว่ารพ.หลายจังหวัดทำงานหนักกว่ารอบแรกอีกหลายเท่า หลายคนเริ่มท้อ กลับมาคิดใหม่ว่ารัฐกำลังทำอะไรอยู่??? ปฏิกิริยาแบบนี้คงจะกระจายไปทั่วโรงพยาบาลในไม่ช้าหากวิกฤติยังไม่คลี่คลายและนโยบายรัฐตลอดจนเรื่องวัคซีนยังเป็นวัคซีนการเมืองอยู่ในขณะนี้ แถมยังมีคลัสเตอร์ใหม่ๆ อีกทั้งรัฐบาลยังเตรียมเปิดประเทศในอีก 120 วัน วิกฤติปัจจุบันยังเคลียร์ไม่ได้ กำลังจะเริ่มรอบใหม่อีกแล้ว

สมาคมรับเหมายังลุ้นกรมบัญชีกลางช่วยเหลือ

ทั้งนี้เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2564 นางสาวลิซ่า งามตระกูลพานิช นายกสมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ พร้อมด้วย นายอังสุรัสมิ์ อารีกุล ที่ปรึกษานายกสมาคม และนายกฤษดา จันทร์จำรัสแสง อุปนายก เข้าร่วมประชุมหารือกับ นายประภาศ คงเอียด อธิบดีกรมบัญชีกลาง เพื่อชี้แจงข้อเสนอแนะแนวทางในการช่วยเหลือผู้ประกอบการก่อสร้าง เรื่อง ปัญหาความเดือดร้อนจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด -19 ณ ห้องประชุม 301 อาคารกรมบัญชีกลาง แต่เมื่อ 28 มิถุนายน 2564 กลับมีคำสั่งล็อกดาวน์แคมป์ก่อสร้างทันที ความเดือดร้อนครั้งนี้คงต้องรอแนวทางช่วยเหลือเยียวยาของรัฐอีกยาวนาน ฝากความหวังไว้กับสมาคมฯก็ยังล่าช้า แถมจนถึงขณะนี้ดูเหมือนว่ายังจับต้นชนปลายไม่ถูก สนใจแต่เรื่องราคาเหล็ก ท้ายสุดวงการรับเหมาต้องเจอแจ็กพอตครั้งใหญ่

ท้ายสุดอีกครั้งคงต้องมาลุ้นกันว่า “ล็อกดาวน์แคมป์ก่อสร้าง” จะแก้ปัญหาถูกจุดหรือไม่อย่างไร แล้วยังมีส่วนไหนจะโดนคำสั่งล็อกดาวน์ตามมาอีกหรือไม่ เช่น ตลาดสด โรงงาน หาสถานการณ์วิกฤติโควิด-19 ยังไม่คลี่คลาย เร็วๆนี้คงมีคำตอบชัดเจน !!!