ถอดรหัสแผนขับเคลื่อนธุรกิจ “เอเอ็มอาร์เอเซีย” ผนึกเครือข่ายดันไทยทีมรุกระบบราง

แนวทางการสร้างความเชื่อมั่นทางธุรกิจหลังผ่านพ้นวิกฤติโควิด-19 ดูเหมือนว่าหลายองค์กรล้วนไม่ได้มองข้าม เช่นเดียวกับบริษัท เอเอ็มอาร์ เอเซีย จำกัด (มหาชน) (“AMR”) ที่คร่ำหวอดในวงการระบบรางมานาน ล่าสุดนั้นเลือกนำองค์กรเข้าสู่การระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเพื่อขับเคลื่อนธุรกิจได้อย่างยั่งยืนและมั่นคงในระยะยาว

คุณมารุต ศิริโก กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอเอ็มอาร์ เอเซีย จำกัด (มหาชน) (“AMR”) ที่ปัจจุบันอยู่ระหว่างยื่นขออนุญาตเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หมวด ICT ผู้คร่ำหวอดในวงการพัฒนาระบบรถไฟฟ้าและงาน SI ขนาดใหญ่ของไทยมานานทั้งรถไฟฟ้าสายสีเขียว (บีทีเอส) สายสีทอง และรถไฟรางคู่ระหว่างจังหวัด อีกทั้งยังอยู่ระหว่างติดตั้งงานระบบให้กับโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูและสายสีเหลืองของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย(รฟม.) ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างในขณะนี้ ได้ให้สัมภาษณ์พิเศษ ThaiMOT News ถึงแนวทางการขับเคลื่อนภายหลังเข้าสู่การเป็นบริษัทมหาชนในหลายประเด็นที่น่าสนใจ
 
ทิศทางการขับเคลื่อนเอเอ็มอาร์ เอเซียเมื่อเป็น “มหาชน”
 
ยังให้ความสำคัญในประเด็นหลักคือต้องการให้เกิดรายได้ประจำเพิ่มขึ้น ส่วนเป้าหมายนั้นงานโปรเจ็กต์ยังคงดำเนินต่อไปตามปกติที่เกี่ยวข้องกับระบบราง การพัฒนาเมือง พลังงาน และระบบจัดการน้ำ และจะขยายงานซ่อมบำรุงเพื่อให้เกิดค่าบริการและเพิ่มรายได้ประจำ เพื่อจะส่งผลให้รายได้ของบริษัทมีเสถียรภาพมากขึ้น
 
รถไฟฟ้าสายสีทอง โมเดลแรกในการทำระบบรถไฟฟ้าสายรองในย่านกลางเมืองที่สามารถยกโมเดลนี้ไปพัฒนาในเมืองอื่นๆ ได้อีกด้วย ล่าสุดนั้นได้เปิดให้บริการแล้ว ในส่วนการต่อยอดนั้นรอความชัดเจนของแผนเชื่อมต่อกับสายสีม่วงช่วงเตาปูน-พระประแดงที่จุดวงเวียนเล็กใน 3-4 ปีนี้ก็จะเชื่อมโครงข่ายสมบูรณ์มากขึ้น
 
รถไฟฟ้าบีทีเอส ส่วนต่อขยายได้ส่งมอบงานและให้บริการเดินรถถึงสถานีคูคตไปแล้วเช่นกัน และยังหวังจะต่อยอดจากบางหว้าไปสิ้นสุดที่ตลิ่งชันตามแผนของรัฐบาลในอนาคต ปัจจุบันครอบคลุมพื้นที่ได้กว้างมากแล้วทั้งปทุมธานี สมุทรปราการ ดังนั้นมองว่าหากเชื่อมบีทีเอสกับสายสีแดงที่ตลิ่งชันก็จะครบรอบเส้นทางสามารถครอบคลุมได้หลายพื้นที่มากขึ้นเพราะสายสีแดงรัฐมีแผนเชื่อมไปถึงศาลายาเอาไว้แล้วในโซนตะวันตก ช่วยให้ประชาชนมีทางเลือกใช้รถไฟฟ้าได้มากขึ้น
 
ในอนาคตเชื่อว่าอัตราส่วนการใช้รถยนต์ส่วนตัวจะลดน้อยลงไป และประชาชนจะหันมาใช้ระบบขนส่งมวลชนเชื่อมกับระบบฟีดเดอร์กันมากขึ้นเพราะสะดวกสบายและรวดเร็วกว่า ไม่ต้องเจอปัญหารถติดให้หงุดหงิดใจอีกต่อไป
 
มองโอกาสระดมทุนไว้อย่างไร
 
เป็นการเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่มีความหลากหลายและใช้ประโยชน์จากเครื่องมือทางการเงินมากขึ้น หากจะขยายฐานจากงานผู้รับเหมามาเป็นผู้ให้บริการ ก็จำเป็นต้องใช้เงินลงทุนระยะยาว มองว่าจะสามารถบริหารโครงสร้างส่วนของทุนและส่วนของเงินกู้ได้ดีขึ้น ดังนั้นหากได้ต้นทุนที่ต่ำลงในเรื่องของการลงทุนก็จะสามารถขับเคลื่อนงานได้ง่ายขึ้น และได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนที่ดี คาดหวังว่าปี 2565 จะเป็นอีกปีหนึ่งของการขับเคลื่อนการลงทุนของเอเอ็มอาร์ เอเซีย
 
กำหนดแผนขับเคลื่อน 3-5 ปีไว้อย่างไร
 
เน้นงานบริการมากขึ้น ส่วนงานโครงการก็ยังคงเป็นงาที่ตอบโจทย์เมืองอัจฉริยะ ทั้งด้านระบบราง พลังงาน สิ่งแวดล้อมต่อไป เชื่อว่าครึ่งปีหลังคงจะมีข่าวดีออกมาอย่างต่อเนื่อง ยิ่งหากได้โอกาสพัฒนาระบบรองสายใหม่จากภาครัฐเพราะบริษัทมีประสบการณ์มาแล้วก็จะเป็นผลบวกต่อเศรษฐกิจของประเทศได้อีกทางหนึ่งด้วย จึงเป็นโอกาสที่จะเสนองานให้รัฐบาลพิจารณา
 
“ไทยทีมเป็นอีกหนึ่งความร่วมมือของหลายฝ่าย อีกหนึ่งบริบทในการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจด้วยภาคอุตสาหกรรมล่าสุดหลังเอ็มโอยูกันแล้วได้มีการหารือร่วมกับกรมการขนส่งทางราง กรณีเรื่องระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง มีเรื่องบางส่วนอยู่ในกระบวนการของคณะกรรมาธิการ ดังนั้นต่อไปก็จะเร่งขับเคลื่อนภายใต้นโยบายไทยเฟิร์สให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น”
 
ทั้งนี้ยังมั่นใจในกรมการขนส่งรางที่มีทีมเข้มแข็ง แม้หลายคนจะมองว่าเป็นกรมเล็กๆ และก่อตั้งมาไม่นาน แต่หากดูปริมาณงานจะยิ่งใหญ่มาก จึงขึ้นอยู่กับว่าบุคลากรของกรมจะคิดเล็กหรือคิดใหญ่เท่านั้น แต่ก็ยังมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก มองว่าหากรัฐบาลคงส่งเสริมระบบรางอย่างต่อเนื่อง ก็สามารถทำให้กรมนี้สร้างความเติบโตให้กับประเทศเทียบเท่ากรมใหญ่ๆ ได้เช่นกัน
 
รถไฟฟ้าในเมือง ที่บริษัทสามารถนอกจากระบบรางแล้วยังขนาดใหญ่อื่นๆ ระบบงานระบบริหารสนามบิน ซึ่งเป็นงานสนใจเช่นกันเหล่านนี้และมีมาตรฐานไม่ต่างจาก

ตั้งความหวัง “ไทยทีม” ไว้อย่างไร
 
“ไทยทีม” พร้อมขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมให้สามารถเติบโตไปพร้อมๆ กับสมาชิกเครือข่ายของกลุ่มสมาคนไทยซับคอนซึ่งมีสมาชิกกว่า 400 ราย จึงมีพลังขับเคลื่อนสูงมาก โดยเร่งยกระดับศักยภาพการผลิตรองรับความต้องการไปแล้ว
 
ส่วนยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนไทยทีมนั้นเราต้องนำเสนอให้เห็นถึงโซลูชั่นของรถไฟฟ้าว่าด้านหลังฉากคืออะไร มีความเป็นไปเป็นมาอย่างไร เพราะถ้าระบบและตัวรถไฟฟ้ามาก่อนแล้วชิ้นส่วน หรือเหล็ก น็อต สกรูจะตามมา เหล็กจะตามมา นวัฒกรรมด้านรางที่ทำในประเทศก็จะตามมา แต่ถ้ามีชิ้นส่วน เหล็ก มีน็อต สกรู หรือแม้แต่นวัฒกรรมที่เกี่ยวกับระบบราง ที่เยี่ยมยอดแค่ใหนก็ตาม แต่ยังคงจัดซื้อระบบและตัวรถไฟฟ้าจากต่างประเทศทั้งหมด ก็ยากที่ผู้ผลิตในต่างประเทศจะซื้อชิ้นส่วน น็อต หรือนวัฒกรรมในประเทศไปใช้ทำรถในต่างประเทศ เพื่อส่งมาขายในประเทศไทย ดังนั้น ทิศทางการขับเคลื่อนหลังจากนี้คงต้องกำหนดยุทธศาสตร์ให้ชัดเจน นั่นคือ การทำให้เกิดโครงการรถไฟฟ้า 1 เส้นทาง แต่ต้องเป็นโครงการที่อุตสาหกรรมไทยมีส่วนร่วม ก็จะเป็นต้นน้ำของการผลิตชิ้นขนาดใหญ่ไปถึงระดับชิ้นส่วนย่อย ก็จะทำให้เห็นภาพชัดเจนว่าจะมีส่วนประกอบการผลิตตามมาอีกมากมาย
 
ปั้นไพลอตโปรเจ็กต์รังสิต-ลำลูกกาอย่างไร
 
จากที่ปีนี้จังหวัดปทุม จะมีรถไฟฟ้าวิ่งไปถึงทั้งสายสีเขียวและสายสีแดง จังหวัดมองว่าจะทำอย่างไรให้คนเดินทางมาทำงานโดยสดวก เพราะผู้คนส่วนใหญ่ยังมีเดินทางเข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ จึงมีโจทย์ว่าทำอย่างไรให้คนออกจากบ้านไปถึงรถไฟฟ้าได้ง่ายขึ้น
 
สำหรับแผนการขับเคลื่อนรถไฟสายรองหรือฟีดเดอร์เชื่อม จากสายสีแดงสถานีรังสิต-สถานีคูคตสายสีเขียวนั้นจะต้องดูพฤติกรรมการเดินทางของคนในพื้นที่ก่อนว่าส่วนมากเดินทางไปทางไหน อย่างไรบ้าง เพื่อให้สามารถพัฒนาอย่างตอบโจทย์จริง

แนวทางขับเคลื่อนงานด้านพัฒนาเมือง
 
คำว่าพัฒนาเมืองขึ้นอยู่กับว่าเราจะพูดถึงนโยบายหลัก หรือพูดในส่วนย่อย ยิ่งคำว่า Smart City ที่แบ่งออกเป็น 7 กลุ่มนั้นคงต้องเลือกขับเคลื่อนเรื่องใดเรื่องหนึ่งเป็นหลัก เพราะไม่สามารถทำทั้ง 7 เรื่องพร้อมกันได้ และในแต่ละเมืองก็มีความต้องการทำเรื่องหลักไม่เหมือนกัน ยกตัวอย่างกรุงเทพฯ ปัญหาเรื่องรถติด เรื่องสิ่งแวดล้อมมีความสำคัญกว่าเรื่องอื่น อีกโครงการที่น่าสนใจคือการยกระดับการบริการของเทศบาลแม่เหียะ จังหวัดเชียงใหม่ และการบริการระบบขนส่งมวลชนรูปแบบนั่นคือสมาร์ทโมบิลิตี้ ที่หลายหัวเมืองมีแผนจะการขับเคลื่อนและพร้อมเดินหน้าต่อไปได้ทันที
 
คำว่า “ก้าวมาถูกทางแล้ว” คือมีรูปแบบของความคิดเชิงองค์ประกอบ จากเดิมสะเปะสะปะ ปัจจุบันเห็นเป้าหมายที่ตอบสนองความต้องการของคนในเมื่องชัดเจนมากขึ้น มีระบบการทำงานชัดเจนขึ้น และเข้าใจระบบว่ามีขั้นตอนและลำดับชั้นอย่างไร แต่ทุกเมืองจะเจริญได้ก็ยังขึ้นอยู่กับบุคลากรหรือประชากรในเมืองนั้นๆ ด้วย การทำความเข้าใจอย่างเพียงพอว่าจะต้องทำอย่างไรและมองงเห็นผลที่จะได้รับ ก็จะเป็นการกระตุ้นและยกระดับการพัฒนาพัฒนาคนในเมืองนั้นสูงขึ้นไปโดยปริยาย
 
ปัจจุบันกลุ่มพัฒนาเมืองหรือกฎบัตรได้ปูทางเอาไว้อย่างดีในระดับหนึ่งแล้ว หากรัฐสนับสนุนอย่างต่อเนื่องและมีความเข้าใจก็จะสามารถเดินหน้าขับเคลื่อนให้เห็นผลได้รวดเร็ว แน่นอนว่าความสำเร็จนี้ไม่สามารถทำได้โดยหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเท่านั้น แต่คงจะต้องบูรณาการกันทั้งภาครัฐ ประชาชน และเอกชน ให้ทุกคนทุกฝ่ายร่วมขับเคลื่อนเป็นทีมไปด้วยกัน ดังนั้น สำหรับระบบรางก็เช่นกันก็ไม่สามารถทำสำเร็จได้จากคนกลุ่มเดียวได้ จึงเป็นที่มาของการรวมตัวกันเป็นกลุ่มไทยทีม (Thai TEAM) เพื่อขับเคลื่อนด้านระบบรถไฟฟ้ารางเบาของประเทศไทยเพื่อนำไปสู่การพัฒนาเมืองโดยใช้ระบบรางเป็นแกนในการพัฒนาพื้นที่ตลอดแนวเส้นทาง
 
“ในระยะแรกเราไม่จำเป็นจะต้องมีคนเยอะ 400-500 คน มีเพียง 30-40 คน ที่ร่วมใจกันเพื่อทำให้สำเร็จโดยเร็ว จากนั้น 400 คนก็จะตามมา ดังนั้นจึงไม่หวังว่าทุกคนจะคิดและเห็นด้วยกับเราไปทั้งหมดในวันแรก แต่ในวันนี้มีการเริ่มร่วมมือกันของลุ่มต่างๆ แล้ว นับเป็นการบอกว่าไทยทีมพร้อมขับเคลื่อนเรื่องนี้อย่างจริงจังแล้ว”
 
เร่งปั้นแซนด์บ็อกซ์รังสิตนำร่อง
 
สำหรับแผนการขับเคลื่อนรถไฟฟ้ารางเบาสถานีรังสิต-แยกรังสิตฟิวเจอร์ปาร์ค เบื้องต้นต้องการให้เกิดแซนด์บ็อกซ์ที่รังสิตให้ชัดเจนก่อน โดยที่อะไรที่ทำขึ้นจะต้องใช้งานได้จริง หากองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี (อบจ.) สามารถพัฒนาไพลอตโปรเจ็กต์นี้ได้ก็จะสามารถขยายไปสู่จังหวัดหรือพื้นที่อื่นต่อไปได้ เพียงแต่ต้องรวมเอากับการทดลองในหลายเรื่องเข้าไว้ในครั้งนี้ด้วยเพื่อให้เป็นแซนด์บ็อกซ์ที่ครบถ้วนสมบูรณ์สำหรับการบริการประชาชนได้จริงมากกว่าเป็นเพียงต้นแบบเพื่อใช้วิ่งทดสองในพื้นที่ปิด เช่นใน มหาวิทยาลัยหรือที่ใดที่หนึ่งเท่านั้นแล้วก็จบไปไม่ต่อเนื่อง
 
“จะเข้าไปร่วมหารือกับท่านนายกอบจ.ปทุมธานีอีกครั้งช่วงต้นเดือน ก.ค.นี้ เพราะต้องการพัฒนารูปแบบแซนด์บ็อกซ์ที่รังสิตก่อน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาธุรกิจของบริษัทอีกด้วย เพราะหากเกิดแซนด์บ็อกซ์ที่รังสิตจะทำให้เห็นว่าคนไทยก็ทำได้ ถ้าทำได้แล้วก็คาดว่าจะทำให้มีโอกาสขยายโครงการขึ้นไปอีก โดยบริษัทจะต้องทำอย่างไรให้ต้นทุนโครงการต่ำลง สนองต่อความต้องการของเมือง ดูแลรักษาไม่ยุ่งยาก และไม่เป็นการสร้างภาระของเมืองที่สูงเกินกว่าจะรับได้ไป แต่เชื่อว่าถ้าการเดินทางสดวกรวดเร็วขึ้น ซึ่งคาดว่าจะทำให้เมืองนั้นมีวิถีชีวิตความเป็นอยู่และเศรษฐกิจในพื้นที่จังหวัดปทุมดีขึ้นอย่างจับต้องได้ นั่นก็ถือว่าเป็นความสำเร็จของการพัฒนาเมืองที่เป็นหนึ่งในเป้าหมายธุรกิจของบริษัทอย่างนึงเช่นกัน”
 
ทั้งนี้ถ้ามองการพัฒนาระบบรางของจีนและญี่ปุ่น เป็นตัวอย่างที่เห็นชัดเรื่องการพัฒนาการสร้างระบบรถไฟฟ้ารางเบาด้วยตนเอง ก่อนการขยายโครงการให้บริการไปทั่วประเทศ ที่เรียกว่า “ทำเองใช้เองในประเทศ” ด้วยขนาดพื้นที่ เศรษกิจ และประชากรของเรา ประเทศไทยก็ทำแบบนั้นได้ ถ้าหากรัฐบาลกำหนดทิศทางให้ชัดเจน สนับสนุนอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ให้เกิดการหมุนเวียนเงินทุนในประเทศ ลดการนำเข้าและพึ่งพาต่างประเทศที่หมด ก็เชื่อว่าจะเกิดผลดีได้ทั้งทางตรงและทางอ้อม และอาจจะส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้านที่มีความต้องการและขนาดเศรษกิจใกล้เคียงกับไทยอีกด้วย