“ศักดิ์สยาม” ควงรมว.ท่องเที่ยว โปรยยาหอมแผนลงทุน จ.ระนอง

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ควงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาลงพื้นที่ตรวจราชการจังหวัดระนอง พร้อมส่งมอบพื้นที่แขวงทางหลวงระนองให้กับโรงพยาบาลระนอง เพื่อใช้ประโยชน์ด้านการให้บริการสาธารณสุขกับประชาชน ไล่บี้และเดินหน้าเร่งผลักดันเมกะโปรเจ็กต์คมนาคมอีกเพียบ

เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2564 ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา องค์การบริหารส่วนจังหวัดระนองนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ตรวจเยี่ยมและติดตามความก้าวหน้าการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งในพื้นที่จังหวัดระนอง และเป็นประธานส่งมอบพื้นที่แขวงทางหลวงระนองให้กับโรงพยาบาลระนอง เพื่อใช้พัฒนาเพิ่มศักยภาพรองรับการให้บริการด้านสาธารณสุขของประชาชนในพื้นที่จังหวัดระนอง โดยมีคณะผู้บริหารกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วย นายสมเกียรติ ศรีษะเนตร ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง นายแพทย์อรุณ สัตยาพิศาล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลระนอง ผู้บริหารโรงพยาบาลระนอง และประชาชนชาวจังหวัดระนองให้การต้อนรับ

นายศักดิ์สยาม เปิดเผยภายหลังรับฟังการบรรยายสรุปผลการดำเนินงานตามนโยบายของกระทรวงคมนาคมในพื้นที่จังหวัดระนอง ว่าการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งในพื้นที่จังหวัดระนอง กรมทางหลวงอยู่ระหว่างเร่งดำเนินการพัฒนาโครงข่ายถนน จาก 2 ช่องทางเป็น 4 ช่องทาง ได้แก่ โครงการทางหลวงหมายเลข 4 (เพชรเกษม) สายชุมพร – ระนอง ซึ่งจะก่อสร้างแล้วเสร็จในเดือนมีนาคม 2565 และสายระนอง – สุขสำราญ จะดำเนินการก่อสร้างตามแผนปีงบประมาณ 2566 – 2570 เพื่อรองรับแผนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่ง การพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้เพื่อเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน (Land bridge) ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการศึกษาจัดทำรายงานความก้าวหน้าของสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร

โดยในปี 2564 – 2565 ดำเนินการศึกษาผลกระทบด้านผลกระทบสิ่งแวดล้อม คาดว่าจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างในปี 2568 และเปิดให้บริการได้ปี 2573 เพื่อลดเวลาและระยะทางในการขนส่ง ประหยัดต้นทุนในการขนส่ง หลีกเลี่ยงปัญหาการติดขัดของช่องแคบมะละกา สามารถจูงใจผู้ประกอบการขนส่งและนักลงทุนให้ใช้ประโยชน์จากเส้นทางนี้มากขึ้น

กรมทางหลวงชนบท ปัจจุบันมีศักยภาพโครงข่ายทางหลวงชนบท จำนวน 22 สายทาง ระยะทางรวม 310.728 กม. ครอบคลุมทั้ง 4 อำเภอในจังหวัดระนอง ซึ่งในปี 2565 มีโครงการที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณ 33 โครงการ วงเงินงบประมาณรวม 268 ล้านบาท โดยในอนาคตกรมทางหลวงชนบทจะมีส่วนในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจการขนส่งสินค้าในประเทศผ่านการพัฒนาถนนสู่ท่าเรือระนอง ระยะทางรวม 14.970 กม. และการพัฒนาทางหลวงชนบทเพื่อสนับสนุนโครงการถนนเลียบชายฝั่งทะเลภาคใต้ (Thailand Riviera) ในพื้นที่จังหวัดระนอง รวมระยะทาง 77.121 กม. ซึ่งเป็นนโยบายของนายกรัฐมนตรีให้กระทรวงคมนาคมพัฒนาเส้นทางคมนาคมเพิ่มเติมจากถนนเพชรเกษม เพื่อความสะดวกต่อการเดินทางสู่แหล่งท่องเที่ยว และส่งเสริมการท่องเที่ยวในภาพรวมของประเทศ ซึ่งคาดว่าจะเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ครั้งที่ 1/2564 ณ จังหวัดกระบี่

กรมท่าอากาศยานมีแผนพัฒนาท่าอากาศยานระนอง เพื่อเพิ่มศักยภาพของท่าอากาศยานให้เป็น International Airport สามารถรองรับจำนวนผู้โดยสารและการขนส่งสินค้าที่จะเพิ่มขึ้น โดยระยะที่ 1 ปี 2566 – 2568 ได้แก่ ขยายความยาวทางวิ่ง จากขนาด 45 x 2,000 เมตร เป็นขนาด 45 x 2,400 เมตร สามารถรองรับอากาศยานขนาด 230 ที่นั่ง ก่อสร้างทางขับขนานใหม่ ให้สามารถรองรับเที่ยวบินจากเดิม 6 เที่ยวบิน/ชั่วโมง เป็น 10 เที่ยวบิน/ชั่วโมง ขยายลานจอดเครื่องบินจากเดิม 3 ลำ เป็น 10 ลำ ก่อสร้างอาคารที่พักผู้โดยสารหลังใหม่ (Domestic/International) รองรับได้ 2.8 ล้านคน/ปี (1,000 คน/ชั่วโมง) จากเดิม 8 แสนคน/ปี (300 คน/ชั่วโมง) ก่อสร้างลานจอดรถยนต์ รองรับได้ 500 คัน จากเดิม 250 คัน งบประมาณรวม 2,280 ล้านบาท ปัจจุบันได้รับการจัดสรรงบประมาณ 2565 สำหรับศึกษาออกแบบรายละเอียดและผลกระทบสิ่งแวดล้อมแล้ว

ส่วนแผนการพัฒนาท่าอากาศยานระนอง ระยะที่ 2 ปี 2568 – 2571 จะดำเนินการขยายความยาวทางวิ่งจากเดิม 2,400 เมตร เป็น 2,990 เมตร ก่อสร้างทางขับขนานใหม่ และก่อสร้างพื้นที่ปลอดภัยปลายทางวิ่ง หัวทางวิ่ง ใช้งบประมาณ 1,250 ล้านบาท ปัจจุบันท่าอากาศยานระนองมีความพร้อมในการให้บริการตามนโยบายการเปิดประเทศของนายกรัฐมนตรี ภายใต้มาตรการ D M H T T A รวมทั้งมีความพร้อมทั้งด้านอำนวยความสะดวก ความปลอดภัยและการรักษาความปลอดภัยที่เป็นไปตามมาตรฐานสากล

ด้านการขนส่งทางน้ำ กรมเจ้าท่าได้ศึกษาด้านวิศวกรรม เศรษฐศาสตร์และสิ่งแวดล้อมของโครงการขุดลอกและบำรุงรักษาร่องน้ำท่าเรือเอนกประสงค์ระนอง โดยได้ออกแบบขุดลอกร่องน้ำให้ได้ระดับความลึก 12 เมตร จากระดับน้ำลงต่ำสุด เพื่อให้ร่องน้ำเดินเรือมีความลึก ช่วยให้การเดินเรือเข้าออกท่าเรือเอนกประสงค์ระนองได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย โดยเสนอขอรับการจัดสรรงบประมาณ 2566

ส่วนการท่าเรือแห่งประเทศไทย มีแผนการพัฒนาศักยภาพโครงสร้างพื้นฐานและการให้บริการของท่าเรือระนอง 2 ระยะ เพื่อยกระดับการขนส่งสินค้าในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ (SEC) เชื่อมโยงการค้าฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน และก้าวเป็นศูนย์กลางการขนส่งสินค้าในกลุ่มประเทศ BIMSTEC โดยระยะที่ 1 ได้แก่ การปรับปรุงท่าเทียบเรือที่ 1 (ท่าเทียบเรืออเนกประสงค์) รองรับเรือสินค้าทั่วไปขนาด 500 GT (ton gross) พร้อมกัน 2 ลำ ปรับปรุงท่าเทียบเรือที่ 2 (ท่าเทียบเรือตู้สินค้า) รองรับเรือตู้สินค้า ขนาด 12,000 DWT ก่อสร้างลานวางตู้สินค้า รองรับตู้ 320,258 TEUsต่อปี โดยจะเปิดให้บริการโครงการระยะที่ 1 ในปี 2569 และระยะที่ 2 โดยก่อสร้างท่าเทียบเรือที่ 3 (ท่าเทียบเรือตู้สินค้า) รองรับเรือ 12,000 DWT ก่อสร้างลานวางตู้สินค้า ส่วนต่อขยาย โดยทั้ง 2 ระยะ รองรับตู้ 499,226 TEUs ต่อปี และสามารถเปิดให้บริการในระยะที่ 2 ได้ในปี 2583

จากนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้เป็นประธานมอบพื้นที่แขวงทางหลวงระนองให้กับโรงพยาบาลระนอง เพื่อนำไปพัฒนาเพิ่มศักยภาพและรองรับการให้บริการดูแลระบบสุขภาพของประชาชนจังหวัดระนองและกลุ่มประชากรต่างด้าว ด้านการรักษาพยาบาล ส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันและควบคุมโรคฟื้นฟูสภาพผู้ป่วยและการคุ้มครองผู้บริโภคตั้งแต่ระบบปฐมภูมิ ทุติยภูมิและตติยภูมิ ตามมาตรฐานอย่างมีประสิทธิภาพ ลดความแออัด ลดระยะเวลารอคอยและสร้างความพึงพอใจต่อผู้มารับบริการ

โดยก่อสร้างอาคารแพทย์เฉพาะทาง ศูนย์โรคหัวใจ ศูนย์มะเร็ง อาคารผู้สูงอายุ อาคารที่จอดรถ และอาคารศูนย์สุขภาพชุมชนเมืองและอาคารสนับสนุน เมื่อดำเนินการแล้วเสร็จจะเพิ่มศักยภาพการบริการด้านสุขภาพให้กับประชาชนได้ดียิ่งขึ้น

สำหรับการจัดหาพื้นที่ก่อสร้างสำนักงานแขวงทางหลวงแห่งใหม่ ปัจจุบันแขวงทางหลวงระนองได้ดำเนินการขอใช้พื้นที่ราชพัสดุ บนทางหลวงหมายเลข 4 ตอนหงาว – อ่าวเคย ตำบลหงาว อำเภอเมือง จังหวัดระนอง เนื้อที่ 40 ไร่ และธนารักษ์พื้นที่ระนองได้ส่งมอบพื้นที่ให้แขวงทางหลวงระนอง สำหรับก่อสร้างสำนักงานแขวงทางหลวงระนองแห่งใหม่เพื่อดำเนินการของบประมาณ ปี 2566 แล้ว

ทั้งนี้ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้มีข้อสั่งการให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมเร่งรัดผลักดันการพัฒนาโครงการในพื้นที่จังหวัดระนอง เพื่ออำนวยความสะดวกในด้าน การคมนาคมขนส่ง รวมถึงส่งเสริมด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในจังหวัดระนองต่อไป