ล้อเหล็ก-ล้อยาง ยังไม่สรุป !!! รฟม.จ่อหารือเลี่ยงจราจรสร้างรถไฟฟ้าภูเก็ต

รฟม. เผยการประชุมเพื่อประชาสัมพันธ์และรับฟังความคิดเห็น (เพิ่มเติม)
โครงการระบบขนส่งมวลชนจังหวัดภูเก็ต ระยะที่ 1 ช่วงท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต – ห้าแยกฉลอง ด้านบ.ภูเก็ตพัฒนาเมืองหนุนใช้รถไฟฟ้าล้อเหล็ก ส่วนหอการค้าวอนเร่งดำเนินการ ขร.-รฟม.เร่งหารือแนวทางแก้ไขปัญหาจราจรระหว่างก่อสร้าง คาดให้กทพ.สร้างทางด่วนช่วงเมืองใหม่-เกาะแก้วเข้าสนามบินให้เสร็จก่อน

กองประชาสัมพันธ์ สำนักสื่อสารองค์กร การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย แจ้งว่า วันนี้ (12 พฤศจิกายน 2564) เวลา 09.00 น. การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) จัดการประชุมเพื่อประชาสัมพันธ์และรับฟังความคิดเห็น (เพิ่มเติม) โครงการระบบขนส่งมวลชนจังหวัดภูเก็ต ระยะที่ 1 ช่วงท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต – ห้าแยกฉลอง โดยได้รับเกียรติจากนายปิยพงษ์ ชูวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมฯ และมีผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรอิสระ สถาบันการศึกษา และประชาชนในพื้นที่ รวมถึงสื่อมวลชน เข้าร่วมการประชุมฯ ณ ห้องประชุมภูเก็ต แกรนด์บอลรูม 1-2 ชั้น 2 โรงแรมรอยัล ภูเก็ต ซิตี้ อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต

นายสาโรจน์ ต.สุวรรณ ผู้ช่วยผู้ว่าการ รฟม. เปิดเผยว่า รฟม. ในฐานะผู้ดำเนินโครงการระบบขนส่งมวลชนจังหวัดภูเก็ต ระยะที่ 1 ช่วงท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต – ห้าแยกฉลอง จัดการประชุมในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประชาสัมพันธ์ข้อมูลโครงการฯ พร้อมทั้งรับฟังความคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะจากประชาชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และตัวแทนภาคเอกชนในจังหวัดภูเก็ต

ทั้งนี้ เพื่อให้การดำเนินงานโครงการฯ มีความครบถ้วนตามมติคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร.) ซึ่งได้มอบหมายให้ รฟม. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันพิจารณาหาข้อสรุปแนวทางการดำเนินงานที่เหมาะสมของโครงการฯ รวมทั้งเป็นไปตามข้อสั่งการของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ที่มอบหมายให้ รฟม. และหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมบูรณาการการดำเนินงานและแผนงานโครงการด้านคมนาคมในจังหวัดภูเก็ตร่วมกัน เพื่อบรรเทาผลกระทบจากการจราจรที่อาจส่งผลต่อวิถีการดำรงชีวิตของประชาชนและนักท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ตในระหว่างการก่อสร้างโครงการฯ

โดย รฟม. ได้นำเสนอข้อมูลทางเลือกระบบรถไฟฟ้าที่เหมาะสมสำหรับโครงการฯ ประกอบด้วย 2 ระบบหลัก คือ ระบบขับเคลื่อนด้วยล้อเหล็ก (Steel Wheel Tram) และระบบขับเคลื่อนด้วยล้อยาง (Rubber-Tyred Tram) ได้แก่ Guided Tram และ ART รวมถึงนำเสนอผลการเปรียบเทียบแผนการดำเนินโครงการฯ และแผนการบูรณาการร่วมกับโครงการก่อสร้างทางพิเศษ สายกะทู้ – ป่าตอง ของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ที่มีแผนจะเปิดใช้ทางคู่ขนาน (Service Road) ในระหว่างการก่อสร้างโครงการฯ ในปี 2569 ซึ่งการบูรณาการร่วมกันดังกล่าวจะสามารถบรรเทาและลดผลกระทบการจราจรระหว่างการก่อสร้างโครงการฯ บนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 402 (ถนนเทพกระษัตรี) ให้แก่ประชาชนในพื้นที่ได้ พร้อมกันนี้ ยังเปิดโอกาสให้ชาวจังหวัดภูเก็ตและกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในพื้นที่ได้มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่อทางเลือกการดำเนินโครงการฯ ซึ่ง รฟม. จะนำข้อมูลที่ได้รับจากการประชุมในครั้งนี้ ไปเป็นแนวทางในการปรับปรุงการดำเนินงานโครงการต่อไป

สำหรับโครงการระบบขนส่งมวลชนจังหวัดภูเก็ต แบ่งการดำเนินงานออกเป็น 2 ระยะ คือ ระยะที่ 1 ช่วง ท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต – ห้าแยกฉลอง มีระยะทางประมาณ 42 กิโลเมตร มีจำนวนสถานีทั้งหมด 21 สถานี แบ่งเป็นสถานีระดับพื้นดิน 19 สถานี สถานียกระดับ 1 สถานี และสถานีใต้ดิน 1 สถานี และระยะที่ 2 ช่วงท่านุ่น – เมืองใหม่ มีระยะทางประมาณ 16.5 กิโลเมตร

ซึ่ง รฟม. จะเริ่มดำเนินการโครงการระบบขนส่งมวลชนจังหวัดภูเก็ต ระยะที่ 1 เป็นลำดับแรก โดยที่ผ่านมา รฟม. ได้ดำเนินการจัดงานสัมมนาทดสอบความสนใจของภาคเอกชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (Market Sounding) จำนวนทั้งสิ้น 2 ครั้ง ในกรุงเทพมหานครและจังหวัดภูเก็ต รวมทั้งได้ทบทวนผลการศึกษาเดิมของ สนข. และหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเป็นแนวทางการปรับปรุงรูปแบบโครงการให้เป็นปัจจุบัน

ทั้งนี้ เมื่อโครงการแล้วเสร็จสมบูรณ์จะช่วยเพิ่มทางเลือกในการเดินทางที่มีประสิทธิภาพและมาตรฐาน พร้อมรองรับการเดินทางและการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ตในอนาคต สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือติดตามข่าวสาร รฟม. ได้ที่เว็บไซต์ รฟม. (www.mrta.co.th) เฟซบุ๊กแฟนเพจการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย และ Call Center รฟม. โทร. 0 2716 4044

ด้านนายธนูศักดิ์ พึ่งเดช ประธานหอการค้า จังหวัดภูเก็ต กล่าวว่าในแต่ละภาคส่วนของทางภูเก็ต ควรให้มีการคิดเรื่องนี้ไปอย่างคู่ขนานกันในด้านแผนการก่อสร้างรวมทั้งเรื่องความปลอดภัยและความคุ้มค่าด้วย ยังเห็นว่า รถไฟฟ้ารางเบาล้อเหล็กมีข้อดีคือ มีผลการศึกษาพร้อม มีแบบก่อสร้างแล้ว มีหลายบริษัท รวมถึงเอกชนในจังหวัดพร้อมเข้าร่วมประมูล จึงอยากให้ทำแบบล้อเหล็กไปเลย เร่งรัดให้เร็วขึ้นจากปี 2567 เป็นปี 2565-66 แล้วประชาชนภูเก็ตจะหาหนทางแก้ไขปัญหาเอง รถติดจะทำอย่างไร เวลาเร่งด่วนทำอย่างไร

ถ้าทำรถไฟฟ้าแล้วควรสร้างถนนเมืองใหม่-เกาะแก้วก่อนให้สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร(สนข.) และกระทรวงคมนาคมหาวิธีที่จะบูรณาการไปด้วยกันได้ อย่างเช่น การจัดการจราจรให้เป็นเวลา เป็นต้น

สอดคล้องกับนายนิพนธ์ เอกวานิช ประธานกรรมการ บริษัท ภูเก็ตพัฒนาเมือง จำกัด กล่าวว่า หากไปใช้ระบบล้อยางเชื่อว่าจะล่าช้าออกไปอีกเพราะต้องทำการศึกษาใหม่ ดังนั้นควรใช้รูปแบบล้อเหล็กจะแก้ไขปัญหาได้ยั่งยืนกว่า รวดเร็วกว่า ส่วนเรื่องเจ้าภาพการลงทุนยังมองว่าไม่น่าจะเป็นปัญหาเพราะเชื่อว่ายังมีนักลงทุนในพื้นที่ จากส่วนกลาง และจากต่างประเทศให้ความสนใจโครงการนี้ขอเพียงรฟม.เคาะรูปแบบให้ชัดเจนและเริ่มเปิดประมูลเท่านั้น

ด้านดร.พิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางราง กล่าวว่า หลายฝ่ายเป็นห่วงเรื่องผลกระทบด้านการจราจรจากการก่อสร้าง ดังนั้นหลังจากนี้รฟม.คงจะวางแผนและร่วมหารือทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องหาแนวทางแก้ไขตา ข้อเสนอต่อไป ซึ่งแนวทางหนึ่งที่ให้การทางพิเศษแห่งประเทศไทย(กทพ.) ก่อสร้างทางด่วนช่วงเมืองใหม่-เกาะแก้วก่อนเพื่อให้เข้าถึงสนามบินภูเก็ตได้อย่างไม่ล่าช้านั้นตนเห็นว่าเป็นแนวทางที่น่าสนใจ เนื่องจากโครงการนี้กทพ.จะดำเนินการได้ก่อนรถไฟฟ้าของรฟม.จึงน่าจะบริหารจัดการโครงการได้อย่างลงตัวเพื่อแก้ไขปลกระทบตามที่หลายฝ่ายเป็นห่วง

“เสียงโหวตส่วนใหญ่ไม่ขัดข้องที่เป็นล้อยาง แต่ประเด็นสำคัญ คือ การวางแผนก่อสร้างเพื่อลดผลกระทบวิกฤตจราจร ซึ่งจะต้องมีการวางแผนร่วมกันระหว่าง รฟม กรมทางหลวง กทพ.ให้เหมาะสมก่อน เพื่อลดข้อกังวลด้านการเดินทางของประชาชน และเส้นทางการเดินทางไปยังท่าอากาศยานภูเก็ตที่จะมีผลกระทบต่อธุรกิจการท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก”

ทั้งนี้จากผลสรุปการประชุมพบว่า ความเห็นรูปแบบรถไฟฟ้าขับเคลื่อนด้วยล้อเหล็กรูปแบบ Steel wheel tram เห็นด้วย 16% และที่ขับเคลื่อนด้วยล้อยางทั้งรถไฟฟ้าชนิดรางนำทางและชนิดรางเหมือน 82% ส่วนความเห็นด้านเทคโนโลยีระบบรถไฟฟ้าใดๆก็ได้ที่หน่วยงานพิจารณาเห็นควรดำเนินการ 46.2% และที่ประสงค์จะเลือกและเสนอแนะระบบรถไฟฟ้า จำนวน 53.8%

โดยมีความเห็นอื่นได้แก่ 1.ควรเป็นรถไฟฟ้าแบบยกระดับเนื่องจากถนนมีพื้นที่จำกัด 2.ควรเลี่ยงการก่อสร้างในช่วงเช้า 3.ควรให้มีการสร้างทางรถไฟฟ้าคร่อมคลองบางใหญ่เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาจราจร 4.ควรศึกษาการจัดการเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้รอบคอบ(EIA/IEE) 5.ควรเริ่มต้นโครงการให้เร็วที่สุดไม่ต้องรอโครงการเซอร์วิสโรด 6.ไม่จำเป็นต้องมีเส้นทางเซอร์วิสโรด เนื่องจากใช้ระยะทางไกลในการเข้าสู่เมืองภูเก็ต