BEM เลื่อนปรับเพิ่มค่าทางด่วน 1 ปี เริ่มใช้คูปองราคาเดิมถึง 15 ธ.ค.65

BEM ใจป้ำเลื่อนการปรับเพิ่มค่าผ่านทางออกไปอีก 1 ปีพร้อมมอบส่วนลดคูปองค่าผ่านทางในอัตราเดิม ด้าน “ศักดิ์สยาม” นำทีมแถลงแนวทางการลดภาระแก่ผู้ใช้บริการทางพิเศษ กรณีการปรับอัตราค่าผ่านทางพิเศษทางพิเศษสายศรีรัช – วงแหวนรอบนอกฯ ออกไปอีก 1 ปีพร้อมขยายระยะเวลาการให้ส่วนลดค่าผ่านทางพิเศษด่านพระราม 9-1 (ฉลองรัช) และการยกเว้นค่าผ่านทางพิเศษในช่วงวันหยุดพิเศษต่อเนื่องเทศกาลปีใหม่ 2565 รวม 2 สายทาง ด้าน BEM เผยมีกำไร 108 ล้านบาท ผ่านจุดต่ำสุด มั่นใจฟื้นตัวชัดเจนไตรมาส 4/2564


วันนี้ (22 พฤศจิกายน 2564) เวลา 10.00 น. ณ ห้องราชดำเนิน อาคารสโมสรและหอประชุมกระทรวงคมนาคม ชั้น 2 นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานงานแถลงข่าว พร้อมด้วยนายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม นายสุรเชษฐ์ เหล่าพูลสุข ผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย และนายพงษ์สฤษดิ์ ตันติสุวณิชย์กุล กรรมการบริหาร บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เกี่ยวกับนโยบายของกระทรวงคมนาคม ซึ่งมีความห่วงใยประชาชนผู้ใช้บริการทางพิเศษ ในช่วงที่ภาวะค่าครองชีพสูง ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) โดยร่วมหารือถึงหาแนวทางในการลดภาระแก่ผู้ใช้บริการทางพิเศษ กรณีการปรับอัตราค่าผ่านทางทางพิเศษสายศรีรัช-วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร


ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคม การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) และ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (BEM) ได้ประชุมหารือกันจนได้ข้อยุติ ซึ่ง BEM พร้อมสนับสนุนนโยบายกระทรวงคมนาคม โดยจะจำหน่ายคูปองในราคาค่าผ่านทางเดิม ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2564 – 30 พฤศจิกายน 2565 ณ อาคารด่านทั้ง 9 แห่ง และสามารถใช้คูปองได้ตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2564 ถึงวันที่ 15 ธันวาคม 2565


โดยผู้ใช้บริการทางพิเศษสายศรีรัช-วงแหวนรอบนอกฯ สามารถซื้อคูปอง และใช้ผ่านทางได้ในช่วงเวลาดังกล่าว โดยคูปองจะจำหน่ายเป็นเล่ม เล่มละ 20 ใบ ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2564 – 30 พฤศจิกายน 2565 เวลา 05.00 – 22.00 น. ณ อาคารด่านทางพิเศษศรีรัช-วงแหวนรอบนอกฯ 9 ด่าน ได้แก่ ด่านฯ บางซื่อ 1 ด่านฯ กำแพงเพชร 2 ด่านฯ สะพานพระราม 7 ด่านฯ บางกรวย ด่านฯ บางพลัด ด่านฯ บางบำหรุ ด่านฯ บรมราชชนนี ด่านฯ ตลิ่งชัน และด่านฯ ฉิมพลี


สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ที่ศูนย์ควบคุมทางพิเศษสายศรีรัช-วงแหวนรอบนอกฯ โทร. 0 2555 0255 ดังนี้
– คูปองสำหรับรถ 4 ล้อ เล่มละ 1,300 บาท ราคาจำหน่าย 1,000 บาท (ประหยัดได้ 300 บาท)
– คูปองสำหรับรถ 6-10 ล้อ เล่มละ 2,100 บาท ราคาจำหน่าย 1,600 บาท (ประหยัดได้ 500 บาท)
– คูปองสำหรับรถมากกว่า 10 ล้อ เล่มละ 3,000 บาท ราคาจำหน่าย 2,300 บาท (ประหยัดได้ 700 บาท)


“การปรับอัตราค่าผ่านทางครั้งนี้เป็นการปรับขึ้นทุก ๆ 5 ปี ซึ่งครบกำหนดในวันที่ 15 ธันวาคม 2564 โดยปรับค่าผ่านทางจากอัตรา 50/80/115 บาท เป็น 65/105/150 บาท สำหรับรถประเภท 4 ล้อ รถประเภท 6-10 ล้อ และรถมากกว่า 10 ล้อ ซึ่งเป็นไปตามสัญญาสัมปทานการลงทุนในการออกแบบก่อสร้าง บริหาร และการบำรุงรักษาโครงการทางพิเศษฯ กับ กทพ.”


นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ยังได้แถลงถึงการขยายเวลาการให้ส่วนลดค่าผ่านทางพิเศษที่ด่านพระราม 9-1 (ฉลองรัช) ซึ่งเป็นด่านในทางพิเศษฉลองรัชที่เชื่อมต่อรับรถที่มาจากทางพิเศษศรีรัช ส่วน D ทั้งฝั่งอโศกและฝั่งศรีนครินทร์ เปิดให้บริการเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2543 ซึ่ง กทพ. ได้มีแนวทางที่จะให้ส่วนลดค่าผ่านทางพิเศษของทางพิเศษฉลองรัชแก่ผู้ใช้ทางพิเศษ จำนวน 10 บาทต่อเที่ยว สำหรับรถทุกประเภท ที่มาจากทางพิเศษศรีรัช ส่วน D เพื่อเข้าสู่ทางพิเศษฉลองรัชที่ด่านเก็บค่าผ่านทางพิเศษพระราม 9-1 (ฉลองรัช) โดยมีการให้ส่วนลดค่าผ่านทางตั้งแต่เริ่มเปิดให้บริการเป็นต้นมาต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน เพื่อส่งเสริมให้มีการเดินทางโดยใช้โครงข่ายทางพิเศษเชื่อมต่อกันอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นการช่วยลดภาระค่าผ่านทางพิเศษของผู้ใช้ทางพิเศษในการเดินทางข้ามระบบบนทางพิเศษ


ทั้งนี้ ในปี 2565 กทพ. ยังคงให้ส่วนลดค่าผ่านทางจำนวน 10 บาทต่อเที่ยว จากอัตรา 40/60/80 บาท สำหรับรถยนต์ 4 ล้อ รถยนต์ 6-10 ล้อ และรถยนต์มากกว่า 10 ล้อ เป็นอัตรา 30/50/70 บาท ออกไปอีก 1 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2565 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2565 ซึ่งจะเป็นอีกมาตรการหนึ่งในการให้ความช่วยเหลือผู้ใช้ทางพิเศษในช่วงเวลานี้


นอกจากนี้เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกในการเดินทางของประชาชนในวันหยุด และช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย ให้แก่ประชาชนในช่วงวันหยุดต่อเนื่องในเทศกาลปีใหม่ซึ่งเริ่มมาตั้งแต่ พ.ศ. 2553 ถึง พ.ศ. 2564 โดยกระทรวงคมนาคมได้มีแนวทางดำเนินการในการแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัดของทางพิเศษบูรพาวิถี โดยในช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2564 ได้กำหนดให้ไม่มีการจัดเก็บค่าผ่านทางพิเศษ ตั้งแต่วันที่ 30 ธันวาคม 2563 เวลา 00.01 น. ถึงวันที่ 4 มกราคม 2564 เวลา 24.00 น.


โดยในส่วนของทางพิเศษกาญจนาภิเษก (บางพลี-สุขสวัสดิ์) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้มีดำริในการประชุมหัวหน้าหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2561 ให้ กทพ. พิจารณายกเว้นค่าผ่านทางพิเศษของทางพิเศษกาญจนาภิเษก (บางพลี-สุขสวัสดิ์) (รวมทางเชื่อม) ในช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2562 เป็นต้นไป โดยไม่มีการจัดเก็บค่าผ่านทางพิเศษของทางสายดังกล่าว เช่นเดียวกับทางพิเศษบูรพาวิถี เนื่องจากเป็นสายทางที่ต่อเนื่องกัน เพื่อระบายการจราจร แก้ไขปัญหาการจราจรติดขัด รวมทั้งเป็นการอำนวยความสะดวกและรวดเร็วในการเดินทาง ของประชาชนให้ดียิ่งขึ้น


​ทั้งนี้ ในช่วงเทศกาลวันหยุดต่อเนื่องเทศกาลปีใหม่ 2565 กทพ. ได้ยกเว้นค่าผ่านทางพิเศษ ของทางพิเศษบูรพาวิถี (บางนา-ชลบุรี) และทางพิเศษกาญจนาภิเษก (บางพลี-สุขสวัสดิ์) ตามที่รัฐบาลประกาศวันหยุดพิเศษทำให้มีวันหยุดต่อเนื่องติดต่อกัน 4 วัน ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงคมนาคม เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้แก่ประชาชน


โดยจะเริ่มยกเว้นค่าผ่านทางของทางพิเศษ ทั้ง 2 สายทาง ตั้งแต่เวลา 00.01 น. ของวันที่ 30 ธันวาคม 2564 จนถึงเวลา 24.00 น. ของวันที่ 3 มกราคม 2565 รวมทั้งสิ้นจำนวน 5 วัน เช่นเดียวกับมอเตอร์เวย์ของกรมทางหลวง อีกด้วย (หากมีการปรับปรุงแก้ไขกำหนดวันยกเว้นค่าธรรมเนียมผ่านทางหลวงพิเศษ กทพ. จะปรับปรุงแก้ไขกำหนดวันที่ยกเว้นค่าผ่านทางให้สอดคล้องกับกรมทางหลวง)


BEM มีกำไร 108 ล้านบาท ผ่านจุดต่ำสุด มั่นใจฟื้นตัวชัดเจนไตรมาส 4/2564

ดร.สมบัติ กิจจาลักษณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัททางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM แจ้งว่าไตรมาส 3 ปีนี้ BEM ได้รับผลกระทบหนักสุดจากสถานการณ์ COVID-19 ที่รุนแรงมากขึ้น รวมทั้งมาตรการคุมเข้มในพื้นที่สีแดงของภาครัฐทำให้ปริมาณการเดินทางลดลง รายได้หลักของบริษัทหายไปอย่างมาก แต่ด้วย BEM มีการลงทุนในบริษัทอื่นที่ดีทำให้มีรายได้เงินปันผลรับเข้ามาเสริม รวมถึงการบริหารจัดการด้านต้นทุนและค่าใช้จ่ายทำให้ในไตรมาส 3 ปีนี้มีกำไร 108 ล้านบาท ต่ำกว่าไตรมาส 3 ปีที่แล้ว 87%

ดร.สมบัติ เสริมว่า เห็นสัญญาณฟื้นตัวชัดเจนในไตรมาส 4/2564 ภายหลังจากที่รัฐบาลได้มีการผ่อนคลายมาตรการต่างๆ ปริมาณรถที่ใช้ทางด่วนฟื้นตัวขึ้นอย่างมากจากจุดต่ำสุดในเดือนสิงหาคม ที่มีรถใช้ทางด่วน 593,900 เที่ยวต่อวัน โดยในเดือนตุลาคมซึ่งเป็นเดือนแรกของไตรมาส 4 ปริมาณรถอยู่ที่ 898,700 เที่ยวต่อวัน เพิ่มขึ้น 51%


ในส่วนรถไฟฟ้าจำนวนผู้โดยสารเดือนตุลาคมอยู่ที่ 135,900 เที่ยวต่อวัน เพิ่มขึ้น 118% บริษัทมั่นใจว่าปริมาณผู้ใช้ทางด่วนและผู้ใช้รถไฟฟ้าจะสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจากนโยบายการเปิดประเทศ การทยอยเปิดการเรียนการสอน ทั้งนี้ในเดือนพฤศจิกายนเห็นตัวเลขรถมาใช้ทางด่วนเกิน 1 ล้านเที่ยวต่อวัน จำนวนผู้โดยสาร 2 แสนเที่ยวแล้ว


“ท่ามกลางสถานการณ์ COVID-19 บริษัทยังคงดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล สร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนและผู้มีส่วนได้เสียในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน จนได้รับคัดเลือกให้เป็น 1 ใน 146 บริษัทจดทะเบียนฯ ที่อยู่ในรายชื่อ “หุ้นยั่งยืน” หรือ Thailand Sustainability Investment (THSI) ประจำปี 2564 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 ในกลุ่มบริการ (Services)” นายสมบัติกล่าวในตอนท้าย