กลิ่นฉุน “ล็อกสเปก” ??? งบ 3 หมื่นล.สร้างศูนย์ราชการโซน C

ผู้รับเหมาก่อสร้างไทยโวย ปมทีโออาร์ประมูลสร้างส่วนต่อขยายศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ โซน c มูลค่า 30,000 ล้านบาทส่งสัญญาณแปลกๆว่ามีการล็อกสเปกเพื่อให้บริษัทยักษ์ใหญ่ของคนในคณะรัฐบาลได้งานนี้ไปอีกครั้ง โดยกำหนด TOR ว่าต้องได้มาตรฐานอาคารสีเขียว LEED อย่างเดียว ไม่เอามาตรฐานอาคารเขียว TREES ของไทย ทั้งๆที่ในระเบียบการปฏิบัติกลับระบุว่าให้ผู้รับจ้างต้องดำเนินงานก่อสร้างให้ได้ตามเกณฑ์มาตรฐานอาคารเขียวไทย(TREES) หรือ ได้รับการรับรองมาตรฐาน TREES (Thai s Rating of Energy and Environmental Sustainabiliy) เหมือนเกลียดปลาใหลกินน้ำแกง ทำให้บริษัทก่อสร้างหลายรายไม่สามารถเข้าแข่งขันได้ 

ผู้สื่อข่าวสายกระทรวงการคลังรายงานว่า จากมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2561 ตามหนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีด่วนที่สุด ที่นร 0505/38631 ลงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2561 อนุมัติในหลักการโครงการพัฒนาพื้นที่ส่วนขยายศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ โซน C ของบริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด(ธพส.) อันเป็นเป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ สังกัดกรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ กรอบวงเงินลงทุนรวม 30,000,000,000 บาท(สามหมื่นล้านบาทถ้วน) ให้กระทรวงการคลังรับไปพิจารณาแหล่งเงินทุนและวิธีการระดมทุนที่เหมาะสม โดยคำนึงถึงต้นทุนทางการเงิน ความเหมาะสม คุ้มค่า ภาระงบประมาณหรือภาระการคลังที่จะเกิดขึ้นในอนาคต  

โดยทางบริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด(ธพส.) เป็นผู้ดำเนินงานตามมติคณะรัฐมนตรี มีวัตถุประสงค์เพื่อจ้างก่อสร้างโครงการพัฒนาพื้นที่ส่วนขยาย โซน C ในส่วนของงานจ้างก่อสร้างอาคารด้านทิศใต้ เพื่อให้หน่วยราชการเข้าใช้พื้นที่เป็นสำนักงานแทนการเช่าพื้นที่เอกชน ซึ่งจะช่วยลดภาระงบประมาณ และเป็นการสร้างรายได้ให้รัฐเพิ่มขึ้น รวมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพในการประสานงาน และการให้บริการประชาชนให้ได้รับความสะดวก ตลอดจนเป็นการใช้ประโยชน์ที่ดินภายในศูนย์ราชการฯให้เต็มศักยภาพ และเกิดประโยชน์สูงสุด 

แต่แล้ว เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2564 นายนาฬิกอติภัค แสงสนิท กรรมการผู้จัดการบริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด ได้ประกาศร่างขอบเขตของงาน หรือ TOR (Term of Reference) รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุ หรือแบบรูปรายการงานก่อสร้างอาคาร ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์(e-bidding) เลขที่โครงการ 641 072 065 22 ว่า ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานก่อสร้างอาคารสำนักงานที่มีมูลค่าไม่น้อยกว่า 2,250,000,000 บาท (สองพันสองร้อยห้าสิบบาทถ้วน)พร้อมแสดงสำเนาสัญญาจ้างด้วย 

โดยผลงานดังกล่าวจะต้องมีลักษณะดังต่อไปนี้ 
(1) เป็นผลงานในสัญญาเดียวที่แล้วเสร็จตามสัญญา และมีการตรวจรับงานเรียบร้อยแล้ว 
(2) เป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานเอกชนที่ธพส.เชื่อถือและไม่ใช่ผลงานอันเกิดจากการรับจ้างช่วง 
(3) เป็นผลงานที่จะต้องก่อสร้างแล้วเสร็จทั้งอาคารสำนักงานตามสัญญา และก่อสร้างในประเทศไทย  

ซึ่งข้อที่4 เป็นข้อที่เป็นปมประเด็นปัญหาโดยระบุว่า 
(4) ผู้ยื่นข้อข้อเสนอผลงานดังกล่าว ต้องมีผลงานการก่อสร้างอาคารสำนักงานที่สร้างใหม่ และได้รับการรับรองมาตรฐาน LEED ไม่ต่ำกว่าระดับ Gold มีพื้นที่ก่อสร้างไม่น้อยกว่า 65,000 ตารางเมตรด้วย โดยให้นำสำเนาใบรับรองและเอกสารสัญญาผลงานอาคารสำนักงานที่ได้รับรองมาตรฐานมายื่นก่อนวันประกวดด้วย 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเรื่องนี้มีผู้รับเหมาก่อสร้างไทยหลายรายได้มีหนังสือท้วงติงไปที่นายนาฬิกอติภัค แสงสนิท กรรมการผู้จัดการบริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด ว่าตามข้อกำหนดข้อ 4 ดังกล่าว ที่ระบุว่า ผลงานการก่อสร้างอาคารที่ได้รับรองมาตรฐาน LEED(Leadership in Environmental Desigh)  ไม่ต่ำกว่าระดับ Gold ซึ่งเป็นเกณฑ์การประเมินระดับนานาชาติที่แสดงถึงมาตรฐานในการก่อสร้างอาคารสีเขียว แต่ในข้อ 21 บริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด กลับกำหนดว่า ให้ผู้รับจ้างต้องดำเนินงานก่อสร้างให้ได้ตามเกณฑ์มาตรฐานอาคารเขียวไทย (TREES) หรือรับการรับรองมาตรฐาน (Thai s Rating of Energy and Environmental Sustainabiliy)  

ดังนั้นบริษัทก่อสร้างไทยได้ท้วงติงว่า ผลงานก่อสร้างที่ได้รับมาตรฐานอาคารเขียวไทย TREES ก็ควรที่จะนำมาใช้เป็นผลงานในการยื่นผลงานตามข้อกำหนดได้เช่นกัน แทนที่จะใช้ผลงานก่อสร้างอาคารตามมาตรฐานเขียว (LEED)เพียงอย่างเดียว 
 
เมื่อผู้สื่อข่าวได้เจาะลึกไปดูข้อกำหนดเฉพาะงานข้อที่ 21. ก็กำหนดว่าผู้รับจ้างจะต้องดำเนินงานก่อสร้างให้เป็นไปตามข้อกำหนด ตามเกณฑ์การประเมินความยั่งยืนทางพลังงานและสิ่งแวดล้อมไทย สำหรับอาคารก่อสร้างและปรับปรุงโครงการใหม่ หรือ TREES-NC(Thai s Rating of Energy and Environmental Sustainabiliy -New Construction) จริงๆ  

อาจจะกล่าวได้ว่าข้อกำหนดงานอยากให้ผู้ก่อสร้างกำหนดกรอบการทำงานตามสเปก TREES แต่เวลากำหนด TOR ต้องการแค่สเปก LEED เท่านั้น เหมือนเกลียดปลาใหลแต่อยากกินน้ำแกง ตามภาษิตโบราณไทย ไม่รู้ว่าพิมพ์ตกหล่นหรือเพื่อให้ตรงสเปกสำหรับบริษัทใครหรือเปล่า? นายนาฬิกอติภัค แสงสนิท กรรมการผู้จัดการบริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด เท่านั้นจะต้องตอบเรื่องนี้

วิศวกรผู้เชี่ยวชาญงานก่อสร้างท่านหนึ่งกล่าวว่า สำหรับอาคารที่ต้องการขอมาตรฐานอาคารเขียว (Green Building) ในประเทศไทยนั้น มีเกณฑ์การประเมินหลักๆ ที่นิยมอยู่ 2 เกณฑ์คือ LEED (Leadership in Energy and Environmental Design) ซึ่งเป็นที่ยอมรับทั่วโลกจากสหรัฐอเมริกา และ TREES (Thai’s Rating of Energy and Environmental Sustainability) หรือเกณฑ์การประเมินความยั่งยืนทางพลังงานและสิ่งแวดล้อมไทย 

สถาบันอาคารเขียวไทย โดย TREES นั้นถูกออกแบบและกำหนดเกณฑ์การประเมินให้คล้ายกับ LEED แต่ได้มีการปรับเปลี่ยนการประเมินบางหัวข้อเพื่อให้เกณฑ์การประเมินนั้นเหมาะสมกับประเทศไทย 

ด้านผู้บริหารของบริษัทรับเหมางานอาคารขนาดใหญ่ในวงการรับเหมารายหนึ่งกล่าวว่า เป็นที่ทราบกันดีว่า โครงการที่เปิดใช้งานไปแล้วยักษ์รับเหมาสองรายแบ่งงานกันชัดเจน เช่นเดียวกับโครงการส่วนต่อขยายนี้ในแวดวงรับเหมาก็รู้กันดีว่ารายไหนจะเข้ามารับงานนี้ไปดำเนินการ อีกทั้งสเปคด้านงานเกี่ยวกับอาคารเขียวที่กำหนดไว้มีเพียงรายใหญ่ไม่กี่รายเท่านั้นที่จะทำได้ รายใหม่เข้าไปมีสิทธิ์หลุดอย่างแน่นอน

“สนใจเข้าร่วมประมูลแต่เมื่อพิจารณาคุณสมบัติแล้วมองว่าโอกาสที่จะผ่านนั้นยากมาก ประการสำคัญงานอาคารของบริษัทงานยังเต็มมือ แม้จะเกี่ยวกับอาคารเขียวและมูลค่าตึกรวมกว่า 5,000 ล้านบาท ชุดอาคารเดิมนั้นกลุ่มรับเหมาโซนถนนเพชรบุรีรับงานฐานราก ส่วนกลุ่มรับเหมาโซนอโศกรับงานอาคาร ดังนั้นจึงไม่น่าจะหลุดมือจาก 2 กลุ่มรับเหมาเดิมไปได้อย่างแน่นอน อีกทั้งหากไล่เส้นสายผู้บริหารระดับสูงของหน่วยงานเจ้าของโครงการคงจะเห็นภาพชัดว่ามาจากสายไหน อย่างไรบ้าง แม้บางรายเพิ่งจะมารับตำแหน่งแถมยังพ่วงคดีเกี่ยวกับประปาภาคตะวันออกตามมาอีกด้วย งานนี้คงวัดฝีมือรัฐมนตรีคลังว่าจะหาทางออกเรื่องนี้ได้หรือไม่อย่างไร”

ด้านธพส. ตอกย้ำการเป็นองค์กรแห่งความโปร่งใสเตรียมประมูลก่อสร้างโซน C ส่วนที่เหลือ ให้โอกาสวิจารณ์นานเป็นเดือน

บริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด หรือ ธพส. เดินหน้าเปิดประมูลการก่อสร้างโครงการพัฒนาพื้นที่ส่วนขยาย ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ โซน C พร้อมมั่นใจขั้นตอนการ e-bidding ชัดเจน โปร่งใสทุกขั้นตอน ตอกย้ำการเป็นองค์กรแห่งความโปร่งใส ส่งเสริมการแข่งขันที่เป็นธรรม
ดร.นาฬิกอติภัค แสงสนิท กรรมการผู้จัดการ บริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด หรือ ธพส. ผู้บริหารโครงการศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๐ เปิดเผยว่า “ธพส. ได้ดำเนินการก่อสร้างโครงการพัฒนาพื้นที่ส่วนขยาย ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ โซน C โดยแบ่งออกเป็น 2 เฟส และได้มีการเตรียมตัวเพื่อเปิดประมูลงานก่อสร้างในเฟสที่ 2 โดยใช้ TOR ฉบับเดียวกันกับเฟสที่ 1 และคาดว่าจะมีผู้สนใจเข้าร่วมการประมูลการก่อสร้างจำนวนมากเช่นเดียวกันกับในเฟสที่ 1 เพราะ ธพส. ยึดมั่นแนวปฏิบัติในการเป็นองค์กรแห่งความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และส่งเสริมการแข่งขันอย่างเป็นธรรม การันตีได้จากล่าสุดในปี 2564 เราได้รับคะแนนการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของภาครัฐ Integrity and Transparency Assessment หรือ ITA อยู่ในระดับ A ซึ่งถือเป็นความภาคภูมิใจของ ธพส. อย่างยิ่ง”
โครงการนี้ตอบสนองต่อนโยบายการส่งเสริมการลงทุนภาครัฐ เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในภาพรวมตามแนวทางของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โดยโครงการดังกล่าวตั้งอยู่บนเนื้อที่ 81 ไร่ ประกอบด้วย 4 อาคาร บนฐานรากเดียวกัน มีพื้นที่ใช้สอยรวมทั้งหมด 660,000 ตารางเมตร ซึ่งจะมีหน่วยงานราชการจำนวน 12 หน่วยงานย้ายเข้ามาใช้พื้นที่ เช่น สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน สำนักงานคณะกรรมการแข่งขันทางการค้า สำนักงานอัยการสูงสุด กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และศาลปกครองสูงสุด เป็นต้น
สำหรับโครงการพัฒนาพื้นที่ส่วนขยาย ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ โซน C แบ่งการก่อสร้างออกเป็น 2 เฟส ประกอบด้วย เฟสที่ 1 อาคารด้านทิศเหนือ และเฟสที่ 2 อาคารด้านทิศใต้ โดยมีระยะเวลาห่างกัน 12 เดือน เฟสที่ 1 อาคารด้านทิศเหนือ ราคากลาง 6,729.900 ล้านบาท กำหนดยื่นข้อเสนอ e-bidding ในวันที่ 17 ธันวาคม 2563 มีผู้รับเอกสารการประมูล 5 ราย ได้แก่
1. บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน)
2. บริษัท ซินเท็ค คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน)
3. บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน)
4. บริษัท พาวเวอร์ไลน์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน)
5. บริษัท ช. การช่าง จำกัด (มหาชน)
มีผู้ยื่นเสนอราคา 3 ราย ได้แก่
1. บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน)
2. บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน)
3. บริษัท ซินเท็ค คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน)
โดยผู้ชนะการประมูล คือ บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) ในราคา 6,245.697 ล้านบาท และได้ดำเนินการลงนามในสัญญาจ้างไปแล้วเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2564
เฟสที่ 2 อาคารด้านทิศใต้ ราคากลาง 4,486.466 ล้านบาท โดย ธพส. ได้ลงประกาศเพื่อให้ผู้สนใจวิจารณ์ TOR ระหว่างวันที่ 20 ตุลาคม 2564 ถึงวันที่ 23 พฤศจิกายน 2564 ซึ่งแสดงความโปร่งใสได้อย่างเป็นรูปธรรม เนื่องจากกรมบัญชีกลางกำหนดให้รับฟังคำวิจารณ์เพียงแค่ 3 วันเท่านั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการตามขั้นตอน e-bidding ของกระทรวงการคลัง
สำหรับ TOR ที่ใช้ในการประมูลทั้ง 2 เฟส ได้กำหนดคุณสมบัติของผู้เสนอราคาเหมือนกัน เนื่องจากเป็นการก่อสร้างอาคารที่ใช้ฐานรากเดียวกัน เพียงแต่แบ่งการก่อสร้างออกเป็น 2 เฟส โดยคณะกรรมการตามข้อตกลงคุณธรรม (Integrity Pact) ได้ร่วมประชุมพิจารณากำหนด TOR ของโครงการนี้มาโดยตลอด จึงมั่นใจได้ว่าไม่มีการล็อกสเปคอย่างแน่นอน
ปัจจุบันการก่อสร้างโครงการพัฒนาพื้นที่ส่วนขยาย ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ โซน C มีความก้าวหน้าภาพรวมการก่อสร้างโครงการไปแล้วกว่า 13.84% โดยแบ่งเป็น งานก่อสร้างชั้นใต้ดิน (ชั้น B2, B1 และชั้น 1) 88.65%, งานเตรียมพื้นที่ก่อสร้างอาคารที่จอดรถและซ่อมบำรุง (Depot) และงานปรับปรุงภูมิทัศน์รอบอาคารทรงกลม 100% และงานก่อสร้างอาคารด้านทิศเหนือ 1.76% (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ตุลาคม 2564) เป็นไปตามแผนทุกงาน