สหภาพรฟท.ระดมความเห็นป้อง(ปิด)หัวลำโพง

“สาวิทย์-สราวุธ” ผนึกกูรูฝีปากกล้า “สามารถ-รสนา-ประภัสร์” ยำใหญ่คมนาคมปมนโยบายหยุดเดินรถเข้าหัวลำโพงเพื่อเอาพื้นที่ไปประเคนนายทุนหรือเจ้าสัวพัฒนาเชิงพาณิชย์รูปแบบมิกซ์ยูสหารายได้โดยมอบเศษเงินให้การรถไฟฯ

นายสาวิทย์ แก้วหวาน ที่ปรึกษาสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการรถไฟแห่งประเทศไทย (สร.รฟท.) กล่าวในการจัดงานเวทีเสวนาร่วมแสดงความเห็นคัดค้านการปิดหัวลำโพง ยกเลิกขบวนรถเข้าสถานีหัวลำโพงที่จัดโดยคณะทำงานคัดค้านการปิดหัวลำโพง ณ ห้องโถงสถานีรถไฟกรุงเทพ(หัวลำโพง) ว่ากิจกรรมในวันนี้สร.รฟท.แสดงออกถึงความเห็นคัดค้านการปิดสถานีหัวลำโพงเพราะเห็นว่าสถานีแห่งนี้มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ รถไฟเป็นที่พึ่งของประชาชน การปิดสถานีจะส่งผลให้ประชาชนเดือดร้อน

โดยช่วงที่ผ่านมามีความพยายามนำเสนอรัฐบาลและนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ทบทวนนโยบายการปิดสถานี ซึ่งในวันนี้ยังได้เชิญชวนประชาชนร่วมลงลายมือชื่อคัดค้านการปิดสถานีดังกล่าว นอกจากนั้นยังเชิญชวนผู้ทรงคุณวุฒิหลายท่านประกอบด้วย คุณรสนา โตสิตระกูล นักรณรงค์ด้านสุขภาพและสิทธิ์ผู้บริโภค นายสามารถ ราชพลสิทธิ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายประภัสร์ จงสงวน อดีตผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย ผศ.ปริญญา ชูแก้ว อาจารย์ประจำคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และผศ.ดร.ประภัสสร์ ชูวิเชียร อาจารย์ประจำคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร มากล่าวถึงความสำคัญของสถานีหัวลำโพงพร้อมแสดงทัศนะว่าการปิดสถานีหัวลำโพงแต่ละท่านมีทัศนะอย่างไร

“ยังเห็นว่าวิธีแก้ไขปัญหาจราจรต้องใช้ระบบราง หากปิดสถานีหัวลำโพง แล้วให้ผู้โดยสารไปใช้สถานีกลางบางซื่อแทนนั้น แล้วใช้ระบบฟีดเดอร์เข้ามายังสถานีหัวลำโพง ยิ่งเป็นการเพิ่มความหนาแน่นในท้องถนนยังเป็นการผลักภาระให้ประชาชนได้อีกทางหนึ่งด้วย นัยยะจริงๆแล้วเพื่อต้องการเอาที่ดินหัวลำโพงไปหาประโยชน์เชิงพาณิชย์ ดังนั้นการยกเลิกหัวลำโพงจึงเป็นการไม่สมควรและผิดเจตนารมณ์รัชกาลที่ 5 อย่างชัดเจนที่มีวัตถุประสงค์เพื่อให้นำไปพัฒนาและยกระดับบริการประชาชนให้ได้รับความสะดวกสบายมากกว่าจะเอาไปประเคนให้นายทุนเจ้าสัวเข้ามาหาประโยชน์บนที่ดินดังกล่าว”

ด้านการเปิดเดินรถชานเมืองมายังสถานีหัวลำโพงนั้นนายสราวุธ สราญวงศ์ รักษาการประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการรถไฟแห่งประเทศไทย (สร.รฟท.) กล่าวว่า ทั้ง 22 ขบวนยังจะเริ่มต้นที่สถานีหัวลำโพง ส่วนที่ยังเหลือทั้งหมดคงต้องรับฟังความเห็นประชาชนอีกทีว่าจะมีความเห็นอย่างไรบ้าง เช่นรถไฟทางไกลบางขบวนอาจมีความจำเป็นต้องเริ่มต้นที่นี่

“กรณีจะให้หยุดเดินรถตั้งแต่ 23 ธันวาคมนี้สร.รฟท.มีความเห็นคัดค้านไม่เห็นด้วยอย่างแน่นอน อีกทั้งได้เปิดรับฟังความเห็นประชาชนแล้วทั้งเอกสาร และสื่อออนไลน์ล้วนแสดงความเห็นไม่เห็นด้วยที่จะไม่ให้หยุดเดินรถไฟเข้ามายังสถานีหัวลำโพง ส่วนมุมมองที่ว่ามีบางซื่อแล้วไม่จำเป็นต้องมีหัวลำโพงนั้น ยังเห็นว่าหัวลำโพงมีความสำคัญ มีบริบทในเชิงประวัติศาสตร์หลายด้าน ยังยืนยันว่ารัฐมนตรีต้องทบทวนว่าเห็นประโยชน์เชิงพาณิชย์ที่จะเอื้อนายทุนเอื้อเจ้าสัวหรือจะเห็นถึงความสำคัญด้านการให้บริการที่ดีกับประชาชน”

ด้านความเห็นของนายสามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นักวิชาการด้านขนส่งและจราจร กล่าวว่า หากจะให้ประชาชนนั่งรถไฟใต้ดินจากสถานีหัวลำโพงไปบางซื่อจะต้องใช้เงินค่าตั๋วโดยสารมากถึง 42 บาท หากจะไปรังสิตจะต้องนั่งรถชานเมืองต่อไปอีก 4-6 บาท ปกตินั่งจากหัวลำโพงถึงรังสิตแค่ 6 บาท คิดดูว่าจะเพิ่มภาระให้ประชาชนหลายหมื่นคนต่อวันอีกเท่าไหร่

“บริเวณนี้หากจะพัฒนาเชิงพาณิชย์ย่อมทำได้แต่ไม่จำเป็นต้องปิดการเดินรถสถานีหัวลำโพง สามารถบูรณาการร่วมกันไปได้ ดังนั้นหากประชาชนใกล้สถานีกลางบางซื่อก็ไปใช้ที่บางซื่อ ใครใกล้สถานีหัวลำโพงก็ใช้หัวลำโพงให้เป็นทางเลือกของการเดินทางได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เช่นเดียวกับสนามบินดอนเมือง หรือสนามบินสุวรรณภูมิ ใครอยู่ใกล้ที่ไหนก็ใช้บริการที่นั่น อีกทั้งหัวลำโพงมีแหล่งงานจำนวนมากแต่สถานีกลางบางซื่อยังไม่มี หากจะให้ย้ายแหล่งงานจากหัวลำโพงไปบางซื่อไม่ใช่ง่ายเลยนะ ประการหนึ่งนั้นทำไมถึงมีสถานีรถไฟฟ้า MRT มาไว้ ณ จุดนี้นั่นก็เพราะให้เกิดการเชื่อมโยงการเดินทางจากหัวลำโพงให้เข้า-ออกเมืองไปยังจุดต่างๆได้อย่างสะดวกสบายและรวดเร็วขึ้นนั่นเอง”

ด้านนางรสนา โตสิตระกูล นักรณรงค์ด้านสิทธิผู้บริโภค กล่าวว่า ไม่ต้องการให้ยกเลิกการใช้งานสถานีหัวลำโพงแห่งนี้ เพราะหัวลำโพงมีคุณค่าในหลายด้านทั้งศูนย์รวมการเดินทาง คุณค่าทางศิลปกรรม วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์มากมายที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกรู้จักกันดีแล้ว มีอายุยืนยาวถึง 105 ปี แต่จู่ๆรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมกลับมีนโยบายจะปิดให้บริการ จึงไม่เห็นด้วยกับนโยบายดังกล่าว

“ที่นี่เป็นหมุดหมายที่สำคัญของอีกหลายคน คุณค่าของหัวลำโพงล้วนมีความสำคัญต่อการรถไฟ ต่อประเทศไทย การเดินทางด้วยรถไฟเป็นการช่วยเหลืออำนวยความสะดวกสบายให้กับประชาชนในวงกว้าง ดังนั้นการหยุดเดินรถเข้าหัวลำโพงของนักการเมืองจึงไม่ถูกต้องเพราะกระทบต่อประชาชนในวงกว้างอย่างแน่นอน “สถานีหัวลำโพง” หรือที่ชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า “สถานีกรุงเทพ” นั้นหวังว่าหลายคนคงจะไม่ลืมชื่อนี้เพราะอยู่คู่กับประเทศไทยมานานถึง 105 ปี เป็นฮับการเดินทางอีกรูปแบบหนึ่งจากสถานีกลางบางซื่อและยังเป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวทั่วโลกอีกด้วย”

ด้านนายประภัสร์ จงสงวน อดีตผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ตนอยู่กับระบบรางมาเกือบทั้งชีวิตจึงมีความผูกพันต่อการรถไฟฯ สถานีหัวลำโพงมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของประเทศไทย จัดเป็นหน้าแรกของประวัติศาสตร์ระบบรางของประเทศไทย ดังนั้นพี่น้องชาวไทยทุกคนจึงควรหวงแหนสิ่งนี้ไว้

“หัวลำโพงจัดว่าเป็นสถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่มีชีวิต มีสถานที่ยึดเหนี่ยวทางจิตใจ ให้เกิดความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของรัชกาลที่ 5 จึงไม่เข้าใจว่าทำไมรัฐบาลจะเข้ามาทำลายคุณค่าทางประวัติศาสตร์เหล่านี้ทั้งๆที่หลายรัชกาลร่วมอนุรักษ์มานานถึง 105 ปีจวบจน ณ วันนี้ ถามจริงๆว่าการนำที่ดินแต่ละแปลงประเคนให้เอกชนเช่าการรถไฟฯรับรายได้จริงๆแค่ไหน รถไฟสร้างมาเพื่อบริการพี่น้องประชาชน กระทรวงคมนาคมจึงทำผิดหลักการที่จะนำที่ดินไปประเคนให้เอกชนหารายได้แล้วมอบเพียงเศษเงินให้การรถไฟฯเพราะสถานีหัวลำโพงและรถไฟที่เกิดขึ้นมาถึง 105 ปียังเน้นเพื่อบริการขนส่งมวลชนไม่ใช่เพื่อเอื้อต่อนายทุนหรือเจ้าสัวคนใดคนหนึ่งเท่านั้น”