‘ชัชชาติ’ เชิญเคทีหารือ เรียกดูสัญญารถไฟฟ้าสายสีเขียว

‘ชัชชาติ’ ขอดูสัญญารถไฟฟ้าสายสีเขียวหลังเชิญเคทีหารือช่วงเที่ยงวันนี้ยันเดินหน้าแก้ปัญหารถไฟฟ้าสายสีเขียว คาด 1 เดือนได้ข้อสรุป ด้าน ‘รองวิศณุ’ เผยขอดูรายละเอียด 1 สัปดาห์พร้อมจ่อเรียกสจส.ให้ข้อมูลเพิ่มในสัปดาห์หน้า

เมื่อเวลา 11.30 น.ของวันที่ 2 มิ.ย.65 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้เรียนเชิญผู้บริหารบริษัทกรุงเทพธนาคม จำกัดหรือเคทีเข้าหารือปมต่อสัญญาสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียว โดยภายหลังเสร็จการประชุมได้ให้ข้อมูลกับสื่อมวลว่าวันนี้เป็นการประชุมร่วมกับผู้บริหารบริษัทกรุงเทพธนาคม ในประเด็นเร่งด่วน 2 เรื่อง เรื่องแรกเป็นเรื่องรถไฟฟ้าสายสีเขียว ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน อาทิ บริษัทกรุงเทพธนาคม สำนักการจราจรและขนส่ง รวมถึงสภากรุงเทพมหานคร เบื้องต้นบริษัทกรุงเทพธนาคมได้ให้ข้อมูลในส่วนของบริษัทฯเกี่ยวกับสัญญาจ้างการเดินรถ เหตุผลในการจ้าง ระยะเวลาการก่อหนี้ ซึ่งต้องมีการศึกษาข้อมูลต่อไป

“สำหรับสัญญาการจ้างเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย ที่จะสิ้นสุดในปี2585 ซึ่งก่อให้เกิดภาระหนี้สิน จะต้องนำข้อมูลมาตรวจสอบว่าภาระหนี้สินเกิดจากอะไร และสัญญาได้รับการอนุมัติจากสภากทม.หรือไม่ ซึ่งมีข้อผูกพันหลายอย่างจึงต้องพิจารณาในรายละเอียดอีกครั้ง และที่ผ่านมาไม่มีการผ่าน พ.ร.บ.การร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน ไม่มีการแข่งขัน จึงไม่รู้ว่าราคาที่สมควรคือเท่าไหร่ แต่น่าจะมีจุดที่สามารถต่อรองราคาให้ถูกลงมาได้ คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายใน 1 เดือน” ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าว

สำหรับภาระหนี้สินที่คงค้างประมาณ 4 หมื่นล้าน บริษัทกรุงเทพธนาคมได้ทยอยชำระอย่างต่อเนื่องทุกเดือน ทั้งนี้ไม่อยากให้เอาภาระหนี้สิน มาเป็นตัวเร่งรัดการตัดสินใจระยะยาว แม้ว่าดอกเบี้ยจะเพิ่มขึ้นทุกวัน หากมีความจำเป็นต้องชำระหนี้ กทม.ยังมีข้อบัญญัติในการกู้เงินที่จะนำมาชำระหนี้สินได้ โดยเป็นข้อบัญญัติที่ต้องผ่านสภากทม.ก่อน และเป็นการกู้เงินจากรัฐจะได้ดอกเบี้ยที่ถูกลงกว่าเอกชนกู้ ซึ่งต้องศึกษารายละเอียดให้รอบคอบว่าทางใดดีที่สุด ทั้งนี้ อีกหนึ่งแนวทางที่จะลดภาระหนี้สิน คืออาจจะเริ่มเก็บค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายที่ 2 เนื่องจากปัจจุบันการให้บริการฟรี ทั้งนี้ต้องศึกษารายละเอียดและดูความเป็นธรรมให้เกิดขึ้นประชาชนและเอกชนด้วย

ในส่วนของประเด็นเร่งด่วนที่มีการหารือกันในวันนี้อีกประเด็น คือการนำสายสื่อสารลงใต้ดิน กรอบวงเงินการก่อสร้าง 1.9 หมื่นล้านบาท ซึ่งดำเนินการไปแล้วบางส่วน แต่ปัจจุบันยังไม่มีความคืบหน้า เนื่องจากติดปัญหาเรื่องการหารายได้จากผู้ใช้บริการและมีปัญหาทางด้านเทคนิค จึงต้องศึกษาในรายละเอียดอีกครั้งว่าสัญญาเป็นอย่างไร การหารายได้เป็นอย่างไร สามารถลดวงเงินก่อสร้างได้หรือไม่ รวมทั้งต้องหารือกับผู้ประกอบการและผู้ที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน เพื่อให้ค่าบริการถูกที่สุด ไม่ให้เป็นภาระของผู้บริโภค

ด้านรองศาสตราจารย์ วิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า รับเอกสารรายละเอียดและสัญญาสัมปทานสายสีเขียวมาแล้ว ขอดูรายละเอียดต่างๆที่เคทีให้มาก่อนคาดว่าจะใช้ระยะเวลาราว 1 สัปดาห์ นอกจากนั้นในสัปดาห์หน้าจะเชิญผู้อำนวยการสจส.เข้ามาให้ข้อมูลต่างๆที่เกี่ยวข้องเนื่องจากสจส. เป็นผู้ให้ข้อมูลต่างๆกับกระทรวงมหาดไทยเพื่อนำเสนอรัฐบาล หลังจากนั้นจะเร่งประมวลรายละเอียดนำเสนอผู้ว่าราชการกทม.เพื่อพิจารณาตามเห็นสมควรต่อไป

สอดคล้องกับดร.เอกรินทร์ วาสนาส่ง รองกรรมการผู้อำนวยการ กลุ่มยุทธศาสตร์และพัฒนาเมือง บริษัทกรุงเทพธนาคม จำกัด กล่าวว่า เบื้องต้นภายหลังการหารือกับผู้ว่าราชการกทม.และคณะในวันนี้ตนได้มอบรายละเอียดและสัญญาการสัมปทานของรถไฟฟ้าสายสีเขียวให้กับผู้ว่าราชการกทม.คนใหม่ไปแล้ว ประการสำคัญขณะนี้บอร์ดคณะกรรมการเคทีได้พ้นสภาพตามผู้ว่าราชการกทม.คนก่อนนี้ไปแล้วจึงต้องเร่งแต่งตั้งบอร์ดชุดใหม่เข้ามาขับเคลื่อนเรื่องสัญญาสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียวให้ต่อเนื่องต่อไป