กทพ. ประเมินความสนใจนักลงทุน พัฒนาเชิงพาณิชย์พื้นที่ในเขตทางด่วน 25 แปลง

กทพ. ประเมินความสนใจของนักลงทุน (Market Sounding) ในการพัฒนาพื้นที่ในเขตทางพิเศษที่มีศักยภาพเชิงพาณิชย์ 25 แปลง กลุ่มปตท. RO กลุ่ม D -Land กลุ่มลอนดรี้บาร์ไทย กลุ่ม Trident Intelligence Service และบริษัทเพย์ อิท ฟอร์เวิร์ด จำกัด ร่วมแสดงความสนใจ

เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2566 เวลา 09.30 น. นายสุรเชษฐ์ เหล่าพูลสุข ผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เป็นประธานเปิดการสัมมนารับฟังความคิดเห็นเบื้องต้นของภาคเอกชน ภายใต้โครงการประเมินความสนใจของนักลงทุน (Market Sounding) ในการพัฒนาพื้นที่ในเขตทางพิเศษที่มีศักยภาพเชิงพาณิชย์ ณ หอประชุม 0101 ชั้น 1 อาคารศูนย์บริหารทางพิเศษ กทพ. โดยเชิญกลุ่มนักลงทุน บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ พันธมิตรทางธุรกิจของ กทพ. เข้าร่วมประชุม ร่วมกับการประชุมทางไกลผ่านโปรแกรม zoom

นายสุรเชษฐ์ เหล่าพูลสุข ผู้ว่าการ กทพ. เปิดเผยว่า กทพ. ได้รับมอบหมายให้ดำเนินงานธุรกิจทางพิเศษและธุรกิจที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรที่คับคั่งให้มีการเคลื่อนไหวที่สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยในการเดินทางแก่ประชาชน ซึ่งเป็นสิ่งที่ กทพ. มุ่งมั่นทำเพื่อรองรับและส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทยอย่างยั่งยืน

โดยการก่อสร้างทางพิเศษส่วนใหญ่จะเป็นทางยกระดับเกือบทั้งหมด ทำให้มีพื้นที่ใต้ทางยกระดับตลอดแนว และเพื่อเป็นประโยชน์ในการพัฒนาพื้นที่ในเขตทางพิเศษอย่างเหมาะสมและคุ้มค่า ทาง กทพ. ได้จัดทำแผนแม่บทเพื่อพัฒนาพื้นที่ในเขตทางพิเศษ และใช้ระบบภูมิสารสนเทศเก็บข้อมูลและจำแนกการใช้พื้นที่ โดยครอบคลุมที่ดินของหน่วยงานอื่น ๆ พื้นที่ใช้ประโยชน์ และพื้นที่ว่างไม่ได้ใช้ประโยชน์ ซึ่งจะเป็นแนวทางในการพัฒนาและบริหารจัดการพื้นที่อย่างเหมาะสมและคุ้มค่าต่อไป

การจัดงานในวันนี้เป็นโอกาสที่ดี ในการนำเสนอรายละเอียดของพื้นที่ พร้อมรับฟังความคิดเห็นเบื้องต้น และตอบข้อซักถามต่าง ๆ จากทุกท่านที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เพื่อใช้เป็นแนวทางการพัฒนาและบริหารจัดการพื้นที่ในเขตทางพิเศษอย่างเหมาะสม

ทั้งนี้ กทพ. จึงได้กำหนดพื้นที่ศักยภาพที่สามารถพัฒนาเชิงพาณิชย์ 25 พื้นที่ ทั้งแปลงพื้นที่ขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดเล็ก โดยแบ่งพื้นที่ออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ พื้นที่ศักยภาพในเมือง จำนวน 7 แปลง พื้นที่ศักยภาพชานเมือง จำนวน 8 แปลง และพื้นที่เตรียมพร้อมรองรับสู่การติดตั้ง EV Station จำนวน 10 แปลง ภายใต้โครงการประเมินความสนใจของนักลงทุน (Market Sounding) ในการพัฒนาพื้นที่ในเขตทางพิเศษที่มีศักยภาพเชิงพาณิชย์เพื่อใช้เป็นแนวทางการพัฒนาและบริหารจัดการพื้นที่ในเขตทางพิเศษอย่างเหมาะสม

“นอกเหนือจากพื้นที่ที่นำเสนอวันนี้แล้ว กทพ. ยังคงมีพื้นที่ศักยภาพทั้งในเมืองและชานเมืองตามแนวเขตทางพิเศษที่เปิดให้บริการในปัจจุบันอีกหลายบริเวณ ซึ่งหลังจากหมดสัญญากับผู้เช่ารายเดิม และมีความชัดเจนของการพัฒนาพื้นที่เกี่ยวเนื่องโดยรอบก็จะได้นำมาเปิดประมูล หรือร่วมลงทุนต่อไปภายในปี 2571 ทั้งนี้ปัจจุบัน จากพื้นที่ที่ใช้ประโยชน์ได้ประมาณ 3,000 ไร่ กทพ.นำมาใช้เพื่อสาธารณประโยชน์แล้วร้อยละ 37.74 และใช้เชิงพาณิชย์ร้อยละ 9 จึงยังมีพื้นที่ที่จะนำมาพัฒนาได้อีกมากกว่าร้อยละ 53 ซึ่งกทพ. มีเป้าหมายเพิ่มการนำพื้นที่ศักยภาพมาดำเนินการพัฒนาเพื่อประโยชน์เชิงพาณิชย์ควบคู่สาธารณประโยชน์ไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 ต่อปี ทั้งนี้ยังมีแผนจะพัฒนาพื้นที่ตามแนวเขตทางพิเศษของโครงการทางพิเศษสายใหม่ ๆ ในอนาคตที่ดำเนินการภายใต้แผนแม่บทการพัฒนาโครงข่ายทางพิเศษของกทพ. ซึ่งจะครอบคลุมทั้งในกรุงเทพฯ และเขตภูมิภาค เช่น ภูเก็ตและสมุยอีกด้วย” นายสุรเชษฐ์ฯ กล่าว

ด้านนายสุเทพ ปัญญาสาคร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดี-แลนด์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบันกลุ่มดี-แลนด์เปิดให้บริการที่ถนนพระราม 2 และบางปะอิน แต่จากการนำเสนอของกทพ. ทั้ง 25 พื้นที่ครั้งนี้พบว่าแปลงโซนในเมืองหลายจุดอย่างสีลมและแปลงชานเมืองอย่างศรีสมาน บางปะอิน มีความน่าสนใจ

ทั้งนี้ในเบื้องต้นในการลงทะเบียนงานสัมมนาพบว่ามีกลุ่มปตท. RO,กลุ่ม D -Land ,กลุ่มลอนดรี้บาร์ไทย กลุ่ม Trident Intelligence Service และบริษัทเพย์ อิท ฟอร์เวิร์ด จำกัด ร่วมแสดงความสนใจรับฟังและเสนอความเห็นในครั้งนี้
#กทพ. #พัฒนาเชิงพาณิชย์พื้นที่ใต้ทางด่วน #พื้นที่ในเขตทางพิเศษที่มีศักยภาพเชิงพาณิชย์